้วพูดว่า “ข้าทำความดีไม่ขออะไรตอบแทน แม่นางไม่ต้องกังวลหรอก”
หมิงเวยยืนกราน “สำหรับฮูหยินผู้เฒ่าแล้วถือเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่สำหรับพวกเราเป็นพระคุณที่ช่วยชีวิต ฮูหยินผู้เฒ่ามีเมตตาข้าน้อยจึงอยากทุ่มเทใจอย่างเต็มความสามารถ ไม่อย่างนั้นหา ากข้าน้อยจากไปเช่นนี้จะต้องนอนไม่หลับแน่เลยเจ้าค่ะ”
ครึ่งประโยคแรกฟังดูจริงจัง แต่ครึ่งประโยคหลังฟังดูขี้เล่น ฮูหยินผู้เฒ่าถังอายุมากแล้วย่อมโปรดปรานเด็กสาวอายุน้อยนางจึงหัวเราะออกมา “ได้ๆๆ หากไม่ยินยอม ข้าคงกลายเป็นคนแล้งน น้ำใจ”
ไป่หลิงได้รับสัญญาณจึงไปเตรียมพู่กัน และกระดาษมาให้ หมิงเวยมองฮูหยินผู้เฒ่าอย่างระมัดระวังแล้วถามว่า “ข้าน้อยขอจับชีพจรได้หรือไม่เจ้าคะ”
ฮูหยินผู้เฒ่าถังถามด้วยรอยยิ้ม “ก่อนหน้านี้เจ้าบอกบรรพบุรุษส่งทอดตำรับยาให้ที่แท้เจ้าก็รู้การตรวจชีพรด้วยหรือ”
“เรียนแค่ผิวเผินเล็กน้อยเจ้าค่ะ” หมิงเวยที่ได้รับอนุญาตนั่งบนเก้าอี้ผ้าที่สาวใช้นำมาให้จากนั้นก็วางมือบนข้อมือของฮูหยินผู้เฒ่าถังเบาๆ
เมื่อเห็นท่าทีจริงจังของนางห้องโถงก็เงียบลงอย่างช่วยไม่ได้ แต่นี่เป็นเพียงแค่มารยาทที่ได้รับการอบรมมาก็เท่านั้น เหล่าสาวใช้ไม่ได้จริงจังมากนัก
เนื่องจากฮูหยินผู้เฒ่าพบหม