ฮูหยินผู้เฒ่าสวดมนต์พลางพูดว่า “เป็นเรื่องดีที่ช่วยชีวิตคนได้แล้วเกิดอะไรขึ้นที่ท่าเรือ”
พ่อบ้านจี๋ตอบกลับ “ข้าน้อยสอบถามคุณชายที่ตกน้ำเขาบอกว่าไม่รู้ว่าเรือไฟไหม้ได้อย่างไร ตอนนี้ไฟเริ่มมอดแล้วน่าจะไม่เป็นไรขอรับ”
ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้าแล้วถามอีกว่า “แล้วเจ้าช่วยผู้ใดมาไว้ใจได้หรือไม่”
“เป็นสองพี่น้องขอรับ อายุประมาณสิบแปดสิบเก้าบอกว่ามาท่องยุทธภพ แต่ข้าน้อยดูแล้วไม่น่าเชื่อเท่าไรนัก”
“ทำไมล่ะ”
พ่อบ้านจี๋พูดด้วยรอยยิ้มว่า “รูปงามเกินไปขอรับ ผิวบอบบางเช่นนั้นจะมาท่องยุทธภพได้อย่างไร คุณชายท่านนั้นพูดจาไม่เหมือนกับเป็นนักพรตนัก ดูระมัดระวังไม่ค่อยไว้ใจผู้ใดถึงได้พูดออกไปเช่นนั้น”
ฮูหยินผู้เฒ่ายิ้ม “นี่ก็ดึกดื่นเที่ยงคืนแล้วเป็นเรื่องปกติที่จะระมัดระวังยามไปบ้านผู้อื่น ช่างเถอะ ให้พวกเขาพักที่นี่หนึ่งคืนแล้วค่อยถามพวกเขาว่ารุ่งเช้าจะไปที่ใด”
พ่อบ้านจี๋โค้งคำนับตอบรับ “ยังเหลืออีกสองชั่วยามก่อนรุ่งสางฮูหยินผู้เฒ่าพักผ่อนเถอะขอรับ วันรุ่งขึ้นก็ถึงจวนแล้ว”
ฮูหยินผู้เฒ่าถอนหายใจ “จะหลับลงได้อย่างไรพอหลับก็ฝันถึง…เฮ้อ! ข้าทำความดีมาทั้งชีวิตไม่เคยทำความชั่วไม่เข้าใจว่าเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นได้อย่างไร”
พ่อบ้านจ