ือเริ่มลุกไหม้จี้เสียวอู่ก็ถูกหมิงเวยปลุกขึ้นมา
“น้องหญิง” เขายังสะลึมสะลือ
“ได้เวลาแล้วเจ้าค่ะ” หมิงเวยกระซิบ
จี้เสียวอู่ตกใจ และจู่ๆ ก็จำได้ว่าพวกเขาต้องหนีคืนนี้!
“คนมาแล้วหรือ” เขาถาม
หมิงเวยพูด “ข้างนอกไฟไหม้พวกเขาคงลงมือแล้ว”
จี้เสียวอู่เหลือบมองที่ประตูห้องด้วยความสงสัย “เจ้าแน่ใจหรือว่าไม่ใช่ไฟไหม้โดยอุบัติเหตุ”
หมิงเวยมั่นใจมาก “ชาวยุทธภพพวกนั้นเวลาปล้นก็เป็นเช่นนี้ ต้องสร้างความวุ่นวายก่อนถึงจะลงมือได้ง่ายขึ้นต่อมาก็ผลักเรือไปให้ไกล หนึ่งเพื่อไม่ให้มีคนมาช่วยได้ทัน สองที่ท่าเรือเกิดความวุ่นวายจนไม่มีผู้ใดมาสนใจทางนี้”
จี้เสียวอู่เชื่อครึ่งหนึ่ง สงสัยครึ่งหนึ่ง แล้วในไม่ช้าเขาก็รู้ว่าสิ่งที่หมิงเวยพูดมาถูกหรือไม่ คนพายเรือไปที่เสาแล้วพบว่าเชือกที่ผูกนั้นหลวมทำให้พวกเขาลอยออกมา
ที่ท่าเรือไฟยิ่งโหมรุนแรงขึ้น และคนเหล่านั้นก็ช่วยกันดับไฟ
“น้องหญิง ดูเหมือนสิ่งที่เจ้าพูดมานั้นถูกต้อง ตอนนี้เรือของพวกเรากลายเป็นเกาะแล้ว”
“เจ้าค่ะ..”
“แล้วพวกเราต้องไปตอนไหน”
“ไว้พวกเขาลงมือก่อนค่อยว่ากันเจ้าค่ะ”
รอจนไฟลุกขึ้นหมิงเวยพูดว่า “พวกเราออกไปกันเถอะเจ้าค่ะ!”
ปกติพวกเขาไม่สามารถออกจากห้องเก็บของได