ม่ได้ กำลังเสริมก็มาถึงแล้วนี่ท่านกำลังฝันอยู่หรือ”
“ท่าน…”
เสียงวุ่นวายจากวัดฉางเซิงลอยเข้ามา ฉือชิ่งตัดบทสนทนา “ช่างเถอะ เรื่องเป็นเช่นนี้แล้วพวกเราถอนตัวก่อน!”
เวินซิ่วอี๋หน้าตึงไม่พูดอะไร ฉือชิ่งไม่ต้องการพูดคุยกับนางเช่นกัน โชคดีที่เขาเตรียมตัวมาอย่างดี และได้วางแผนหาทางหนีไว้แล้ว
ทั้งสองเดินเงียบไปครู่หนึ่ง แต่แล้วฉือชิ่งก็ผลักเวินซิ่วอี๋ไปข้างหลังก้อนหินแล้วลดเสียงลง “มีคนอยู่!”
เวินซิ่วอี๋ได้ยินเสียงฝีเท้าที่วุ่นวายเมื่อพิจารณาดูดีๆ ก็พบว่าเป็นกลุ่มชายฉกรรจ์ พวกเขาพกมีดไว้ที่เอว และเดินอย่างเงียบๆ ในยามค่ำคืน หนึ่งในคนพวกนั้นแบกบางอย่างไว้บ บนไหล่ซึ่งดูเหมือนจะเป็นคน
รอจนพวกเขาเดินไปไกลฉือชิ่งพูดพึมพำ “ลักพาตัวหรือ จิตสังหารเช่นนั้นดูไม่เหมือนเลย!”
“เป็นหูเหริน” เวินซิ่วอี๋พูด “มีดที่พวกเขาพกเป็นรูปแบบของเผ่าหู”
เวินซิ่วอี๋ที่ไม่ออกอาการบ้าแล้วช่างสังเกตมากซึ่งฉือชิ่งไม่สงสัยในการตัดสินของนาง “เหตุใดหูเหรินถึงมาอยู่ที่นี่ได้พวกเขาลักพาตัวผู้ใดไปกัน”
เวินซิ่วอี๋หันศีรษะมองไปในทิศทางที่พวกเขาจากมาแล้วรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
“มีคนวางค่ายกลที่นี่!”
“ช่างเป็นค่ายกลที่ฉลาดจริ