้เสียวอู่รั้งนางไว้ “อย่าเข้าไป”
“ทำไมกันเจ้าคะ”
“ตรงนั้นอันตรายมาก” จี้เสียวอู่หรี่ตา และสังเกตอย่างระมัดระวัง “อีกฝ่ายตั้งค่ายกล หยินหยางเปลี่ยนแปลง จิตสังหารรุนแรง ด้วยความสามารถของพวกเราไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา”
“แล้วเราทำได้เพียงต้องรองั้นหรือเจ้าคะ”
จี้เสียวอู่รู้สึกไม่มั่นใจเล็กน้อย “น้องหญิงน่าจะจัดการได้นางเก่งกาจเช่นนั้น…”
หมิงเวยหยุดลงแล้วเริ่มเป่าขลุ่ย ขลุ่ยสองเลาต่อกรกัน พอฟังไปจี้เสียวอู่ยิ่งรู้สึกไม่ดี “อารมณ์ของน้องหญิงแปรปรวน ถูกอีกฝ่ายปั่นป่วนอย่างสมบูรณ์เกิดอะไรขึ้นกันแน่”
หลายปีที่รู้จักกันมาจี้เสียวอู่ไม่เคยเห็นหมิงเวยดูทุกข์ทรมานมาก่อน อาหว่านก็เช่นกัน ไม่ว่าจะสถานการณ์ใดก็ดูง่ายดายเสมอสำหรับหมิงเวย แต่ตอนนี้พวกเขาเห็นว่าเสียงขลุ่ยของหมิงเวยพ่ายแพ้ครั้งแล้วครั้งเล่า เริ่มให้ฝ่ายตรงข้ามควบคุมสถานการณ์อย่างสมบูรณ์
พวกเขาเห็นว่านางหยุดเป่าแล้วตะโกนไปรอบๆ
จี้เสียวอู่ตกตะลึงด้วยความไม่อยากเชื่อ “ท่านอาจารย์งั้นหรือ…ท่านรู้หรือไม่ว่าอาจารย์ของนางเป็นผู้ใด”
อาหว่านส่ายหน้า “ไม่เคยได้ยินเลยเจ้าค่ะ”
ตั้งแต่รู้จักหมิงเวยมานางเป็นคนเก่งกาจมาก อาหว่านเองก็เคยถามด้วยความอยากรู้ แต่ก็ถูกห