องนาง เขาทำได้เพียงกลืนคำพูดของตนเองกลับอย่างเศร้าโศก
ช่างเถอะ อย่าทำให้ตัวเองอับอายอีกแล้วกัน
“ไม่เล่นต่อแล้ว วันนี้พอแค่นี้แล้วกันเจ้าค่ะ” หมิงเวยหมดความสนใจแล้ววางตัวหมากล้อมในมือกลับเข้าไปในกล่องหมากล้อม “ข้ามารับพี่ชายกลับจวนเจ้าค่ะ”
……………
จี้เสียวอู่นั่งอยู่หน้ารถม้า เขาแคะเมล็ดแตงโมต้มไปพลางพูดกับนางไปว่า
“พ้นปีใหม่นี้เจ้าก็สิบเก้าแล้วทางนั้นยังไม่พูดอะไรอีกหรือ”
หมิงเวยที่อยู่ในรถม้าตอบกลับว่า “พูดอะไรหรือเจ้าคะ”
“อย่ามาแกล้งโง่” จี้เสียวอู่เคี้ยวแล้วคายเปลือกของเมล็ดแตงโมออกมา
“แน่นอนว่าข้าพูดถึงทางด้านจวนเยวี่ยอ๋อง”
“เขาพูดแล้วก็ไม่ว่าอะไรเจ้าค่ะ” หมิงเวยพูด “เหตุใดพี่ห้าถึงสนใจเรื่องนี้ หรือว่าอาลัยอาวรณ์ข้ากัน”
จี้เสียวอู่ร้องออกมาก่อนรีบพูด “ก่อนหน้านี้ถือว่าลืมมันไป ตอนนี้มีครอบครัวแล้วยังทำตัวไร้สาระอยู่เห็นคนก็แอบกินเต้าหู้!”
หมิงเวยยิ้ม “ก่อนหน้านี้ข้าเองก็มีสัญญาหมั้นหมายนะเจ้าคะ!”
“ก่อนหน้านี้ข้า…ช่างเถอะ ไม่คุยกับเจ้าแล้ว” จี้เสียวอู่ยื่นมือเข้าไป “เอามาให้ข้าอีก”
หมิงเวยเทถั่วให้เขา จี้เสียวอู่เองก็ไม่ได้ไม่ชอบ ให้อะไรมาเขาก็กินปากเคี้ยวถั่วอย่างเอร็ดอร่อย
“พรุ่งนี้