ากจะพูดอะไร แต่ก็ไม่กล้าพูดออกมา เผยกุ้ยเฟยพูดว่า “พวกเจ้าไปเฝ้าประตูข้างนอก”
“พ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อทุกคนจากไปฮุ่ยเฟยที่ห่มตัวเองด้วยขนสัตว์ก็เดินไปนั่งบนเก้าอี้ จากนั้นถามนางว่า “ฝ่าบาทคิดจะทำอย่างไรกับข้าหรือ ประทานสุราพิษ หรือแขวนคอฆ่าตัวตาย”
เผยกุ้ยเฟยตอบกลับว่า “ไม่มี ฝ่าบาทไม่ได้คิดจะจัดการพี่สาวเลย”
ฮุ่ยเฟยยกมุมปากเยาะเย้ย “นี่เป็นความเมตตาครั้งสุดท้ายของเขาใช่หรือไม่”
เผยกุ้ยเฟยพูด “ฝ่าบาทเป็นฮ่องเต้ผู้ทรงเมตตา”
“ฮ่องเต้ผู้ทรงเมตตางั้นหรือ” จู่ๆ น้ำเสียงของฮุ่ยเฟยก็แหลมขึ้น สายตาจ้องมองนางแล้วถามว่า “นั่นเป็นคำพูดที่มาจากใจเจ้าจริงๆ หรือ” เผยกุ้ยเฟยเงียบ
ฮุ่ยเฟยถอนหายใจด้วยความสงสาร “เผยหรงอาเผยหรง ถึงแม้ตอนนี้ข้าจะเสียบุตรชายไปแล้ว ตนเองก็ไม่ต่างอะไรกับการอยู่ตำหนักเย็น แต่พอคิดดูอีกที เจ้าต่างหากคือผู้ที่น่าสงสารที่สุด ด! รสชาติของการมีบุตรชาย แต่ไม่สามารถยอมรับได้เป็นอย่างไร การอยู่กับศัตรูทั้งวันทั้งคืนคงเจ็บปวดมากใช่หรือไม่”
เผยกุ้ยเฟยพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “พี่สาวพูดอะไร ข้าไม่เข้าใจ”
สีหน้ายิ้มเยาะของฮุ่ยเฟยดูแรงขึ้น “ต่อหน้าข้าเจ้าจะเสแสร้งไปทำไมกัน บุตรชายก็ตายไปแล้ว ข้าเองก็แก่ลงสูญสิ้