งเวยทำเป็นไม่เห็นแล้ววิเคราะห์ว่า “ท่านเกลียดชังราชวงศ์ฉู่ใต้ ดังนั้นไม่เกี่ยวข้องอะไรกับพวกเขา เช่นนั้นผู้ที่สามารถทำเรื่องเช่นนี้ได้มีเพียงตระกูลขุนนางใหญ่ไม่กี่ตระกูล ในแคว้นฉู่ซึ่งตระกูลถังเข้าข่ายมากที่สุด ปัจจุบันตระกูลถังมีอำนาจมากที่สุด และมีความทะเยอทะยานที่จะเข้ามาแทนที่ราชวงศ์ฉู่ชัดเจนที่สุดเช่นกัน เป็นตระกูลถังที่ส่งท่านมาใช่หรือไม่”
เวินซิ่วอี๋ยังคงไม่พูดอะไร
หมิงเวยไม่สนใจ และพูดต่อ “ผู้กุมอำนาจในตระกูลถึงตอนนี้…อา ข้าไม่คิดว่าพวกเขาสามารถเอาใจคุณหนูเวินได้ คนอย่างคุณหนูเวินไม่ได้ทำสิ่งนี้เพื่อผลประโยชน์ส่วนตนอย่างแน่นอน เช่ นนั้นแล้วมันเพื่ออะไรล่ะ บางทีอาจเป็นเพราะบรรพบุรุษติดค้างน้ำใจ หรือมีคนที่ทำให้ท่านซาบซึ้งใจ…คำตอบนี้บางทีวันหนึ่งข้าไปแคว้นฉู่คงได้คำตอบ”
ดวงตาของเวินซิ่วอี๋ไหววูบนางดูลังเล
หมิงเวยยิ้ม และต้องการพูดมากกว่านี้ แต่หูได้ยินเสียงเหมือนว่ามีคนทำลายค่ายกลหมอกพิษได้แล้ว
นางพูดด้วยรอยยิ้มว่า “คุณหนูเวิน ดูเหมือนคนที่มาจะเป็นคนของข้า ไม่ว่าฮ่องเต้จะสิ้นพระชนม์หรือไม่ ผู้ที่หัวเราะเป็นคนสุดท้ายก็คือข้า!”
เวินซิ่วอี๋แค่นหัวเราะ หมิงเวยกระโดดลงจากต้นไม้ และปัดหิมะใน