ินซิ่วอี๋กลับมีท่าทีสบายๆ “เป็นอย่างไร ท่านจะทิ้งข้าไว้ที่นี่ก็ทิ้งซะสิ! อีกสักพักท่านจะได้เห็นความงดงามของหิมะถล่ม เสียงน้ำแข็งหิมะแตกกระจาย แม้ว่าพวกเขาจะมีความสาม มารถเพียงใดก็ไม่สามารถหนีพลังอันยิ่งใหญ่ของสวรรค์และพิภพได้หรอก เมื่อถึงตอนนั้นแคว้นฉีก็จะล่มสลาย!”
อา ความรู้สึกชนะเช่นนี้นี่มันดีจริงๆ! ว่าอย่างไรล่ะถึงคราวที่นางต้องเป็นฝ่ายโกรธบ้างแล้ว เวินซิ่วอี๋รู้สึกภาคภูมิใจแล้วหันไปมองหมิงเวย ไม่คาดคิดว่าหมิงเวยจะมองนางด้วย สายตาแปลกๆ
“ทำไมกัน” มองนางเช่นนั้นหมายความว่าอย่างไร
หมิงเวยถามด้วยรอยยิ้ม “คุณหนูเวิน เหตุใดท่านถึงคิดว่าข้ามาเพื่อช่วยฮ่องเต้ล่ะ”
เวินซิ่วอี๋ตกใจนางตามความคิดอีกฝ่ายไม่ทัน
หมิงเวยพูดต่ออย่างช้าๆ “เหตุใดท่านถึงคิดว่าข้าหวังให้ฮ่องเต้มีชีวิตอยู่ต่อไปล่ะ”
“ท่าน...” ความคิดของนางหยุดชะงักชั่วคราว
หมิงเวยพูด “ท่านอย่าลืมว่าด้วยชาติกำเนิดของเยวี่ยอ๋อง หากฮ่องเต้สิ้นพระชนม์ลงที่นี่ องค์ชายใหญ่ และองค์ชายรองก็จบสิ้นแล้ว เขาควรจะมีความสุขมิใช่หรือ”
เวินซิ่วอี๋คิดตามคำพูดของนางแล้วสีหน้าค่อยๆ ซีดเผือด
จากมุมมองความเกลียดชังส่วนตัว เยวี่ยอ๋องเป็นทายาทของซือฮว๋ายไท่จื่อก็ม