เวินซิ่วอี๋มองนางด้วยความตกใจ “เหตุใดท่านถึงรู้วิชาลับของสำนักเรา นี่คือการเลี้ยงพิษกู่ และพวกเราไม่เคยเผยแพร่ออกไปที่ใดมาก่อน!”
หมิงเวยพูดอย่างเฉยเมย “สำนักหมอผีไม่ได้มีแค่สายของพวกท่านเสียหน่อย ใต้หล้านี้ไม่ใช่แค่สำนักหมอผีที่สามารถใช้วิชาพิษกู่ได้”
ปรมาจารย์รุ่นใดเป็นผู้เรียนรู้วิชานี้หมิงเวยก็จำไม่ได้แล้วจำได้แค่ว่าดูเหมือนว่าจะมาจากเผ่าอื่นในเทือกเขาลึกทางตอนใต้ เผ่านี้ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับโลกภายนอก ดังนั้นจึงรักษา ประเพณีโบราณไว้มากมาย
แม้ว่าวิชาพิษกู่ของพวกเขาจะเทียบไม่ได้กับวิชาพิษกู่ของสำนักหมอผี แต่เมื่อพูดถึงรากฐานแล้วมีความใกล้ชิดกับวิชาหมอผีโบราณมากกว่าสำนักหมอผี มีปรมาจารย์แห่งชีวิตรุ่นหนึ่งได้ เรียนรู้วิชานี้ และทำการปรับปรุงเพื่อให้สามารถขับไล่งูโดยไม่จำเป็นต้องใช้ยา อย่างไรก็ตามวิชางูค่อนข้างน่ากลัว และไม่สะดวกต่อการฝึกจึงไม่นิยมใช้
หากไม่ใช่เพราะเวินซิ่วอี๋ต้องการใช้พิษกู่กับนางหมิงเวยก็ไม่คิดจะใช้ เพราะมัน…น่าขยะแขยงจริงๆ!
หลังจากกลืนพวกมันเข้าไปแล้วงูขาวก็เลื้อยกลับมาที่ต้นเหมย และแลบลิ้นออกมา จากนั้นก็ขอคำชมจากนาง “นายท่าน ข้ากินหมดแล้วเจ้าค่ะ”
“อืม ทำดีมาก” หมิงเวยสะบ