็วแล้วหยิบเสื้อคลุมผ้าฝ้ายมาสวมบนศีรษะของเขา
“เดี๋ยว!” อันอ๋องร้อง “เจ้างุ่มง่ามจริงข้าจัดการเอง!”
“เร็วหน่อย!” หยางชูเร่งอย่างกังวล
“รู้แล้วๆ” อันอ๋องสวมเสื้อคลุมผ้าฝ้าย และปาดเหงื่อออกจากหน้าผาก “เจ้าไม่เปลี่ยนหรือ”
“ข้าเป็นวรยุทธ์มีกำลังภายในไม่รู้สึกหนาวหรอก”
อันอ๋องอิจฉา “เป็นวรยุทธ์ก็มีดีตรงนี้ กลับไปข้าจะให้อาจารย์สอนฝึกกำลังภายใน”
“ได้! อย่างไรจวนท่านก็มีอาจารย์อยู่แล้ว” หยางชูพูดเรื่อยเปื่อยกับเขา แต่มือขยับอย่างรวดเร็ว เขาใช้ผ้าพันรอบศีรษะอีกฝ่ายแล้วยัดโคมในมือให้เขาอีกครั้ง จากนั้นก็ผลักอีกฝ่ายเข้าไปที่ทางเข้าทางลับ
อันอ๋องถือตะเกียงไปบ่นไปว่า “นี่หมายความว่าอะไรให้ข้าขนของ ถือตะเกียง เจ้าจะทำอะไรน่ะ หลานชายข้าจะบอกอะไรเจ้า เช่นนี้มันเกินไปแล้วนะ ข้าอาวุโสกว่าเจ้า รู้หรือไม่คำว่าอาวุโสน่ะ! เคารพอาวุโสเมตตาผู้เยาว์…”
อันอ๋องพูดไปได้ครึ่งทางทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงปิดประตูทางลับ เขาหันไปอย่างรวดเร็ว และสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขาก็คือกำแพง
“นี่! หลานชาย เจ้าทำอะไรน่ะ” อันอ๋องตบกำแพง
เสียงของหยางชูดังทะลุกำแพง “ท่านอาสาม หลานชายคนนี้ทำเพื่อท่าน ท่านทำตัวดีๆ อากาศหนาวก็สวมเสื้อผ้าให้มากขึ้