ายงานตอนนี้ไม่ได้เป็นการบอกว่าพวกเราทราบเรื่องนี้ล่วงหน้าหรือ”
ฟู่จินพูด “เจ้าเป็นจิงจ้าวอิ่น การพบความผิดปกติล่วงหน้าไม่ใช่เรื่องสมควรหรือ ในฐานะขุนนางที่ซื่อสัตย์เป็นเรื่องปกติที่จะรายงานตั้งแต่เนิ่นๆ”
เขาชะงักชั่วขณะหนึ่งแล้วพูดเสริมว่า “แล้วยังเรื่องขอความช่วยเหลือควรอธิบายให้ทราบล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการคิดบัญชีย้อนหลัง” เจี่ยงเหวินเฟิงเข้าใจความหมายของเขาอย่างชาญฉลาด
“ท่านต้องการ…”
ฟู่จินเงยหน้าขึ้นแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “เจ้านั่งอยู่ในตำแหน่งนี้มาสามปีแล้ว ถึงเวลาที่ต้องขยับแล้ว หลู่เซียงบอกว่าเขาจะเกษียณในปีหน้า เมื่อถึงตอนนั้นราชสำนักจะไม่มีตำแหน่งเพิ่มมาหนึ่งหรือ”
เจี่ยงเหวินเฟิงส่ายหัวอย่างสังหรณ์ใจ “ไม่ได้! อายุอย่างข้าเข้าสู่ราชสำนัก จะมีอำนาจอยู่กี่ปีกันฝ่าบาทไม่มีทางยินยอม…”
“วันนี้กับวันนั้นไม่เหมือนกัน” ฟู่จินโยนถ่านเข้าไป “ฝ่าบาททรงมีพระพลานามัยแย่ลงเรื่อยๆ อันอ๋องทำให้พระองค์วางพระทัยไม่ลง หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก เขาต้องการขุนนางผู้ซื่อสัตย์สักสองสามคน ในเวลานี้หากเจ้ายืนขึ้นมาฝ่าบาทจะต้องเชื่อใจเจ้าเป็นอย่างมาก”
“อาจารย์…”
ในที่สุดเจี่ยงเหวินเฟิงก็เข้าใจอาจารย์ของเขาต้องการใช้โอกาส