ด้านหลังของเขายังมีคนอีกสามคน หนึ่งในนั้นคือหานเสียวเสี่ยวและอีกสองคนดูเหมือนจะเป็นคนของตระกูลหานมาที่นี่เพื่ออารักขาหานเสียวเสี่ยว
เจียงชิงสีหน้าประหลาดใจ “ศิษย์พี่รอง บังเอิญจังคิดไม่ถึงเลยว่าจะเจอพี่ที่นี่!”
เมื่อเห็นคนคุ้นเคย รอยยิ้มพลันปรากฏขึ้นบนใบหน้ากานว่าง “บังเอิญจริง”
หานเสียวเสี่ยวเบนสายตาหนีอย่างรู้สึกผิด ที่จริงแล้วไม่ได้บังเอิญ
ความบังเอิญทั้งหมดล้วนมีการไตร่ตรองไว้ล่วงหน้าแล้ว
กานว่างเห็นว่าเจียงชิงไม่ได้รับบาดเจ็บจึงถามว่า “ทำไมนายถึงอยู่ที่นี่? ภารกิจแรกเสร็จสิ้นแล้วเหรอ?”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ เจียงชิงไม่สามารถซ่อนความหดหู่เอาไว้ได้ “เราไม่เห็นภารกิจแรกของพวกเราเลยด้วยซ้ำ ค่ายกลส่งพวกเราไปที่หลุมบนภูเขา พวกเราถูกขังอยู่ในนั้น ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยเสี่ยวเฮยพวกเราถึงออกมาได้”
นกแซงแซวหางปลาที่หางเป็นแฉกเหมือนส้อมบินลงมาที่มือของเจียงชิง นี่คือสิ่งที่เขาเรียกว่า ‘เสี่ยวเฮย’
‘อาศัยนกตัวน้อยที่ไม่มีสติปัญญานำทางเนี่ยนะ?’ เฝ่ยไป๋ลู่เหลือบมองเจียงชิงหลายครั้งพลางครุ่นคิดในใจ
เจียงชิงสบกับสายตาอยากรู้อยากเห็นของเฝ่ยไป๋ลู่ เขาจึงเชิดคางขึ้นแล้วส่งเสียงเฮอะ
เหมียวจื่ออั๋งลอบยกนิ้วโป้งขึ้นด้านหลัง กล้าชักสีหน้าใส่ลูกพี่ น้องชายคนนี้กล้าหาญจริง ๆ!
กานว่างส่งสายตาเหล่มองเจียงชิงให้เขาพูดตามจริง จากนั้นก็อธิบายกับเฝ่ยป๋ลู่ “เจียงชิงเก่งเรื่องพลังจิต”
เฝ่ยไป๋ลู่เข้าใจทันที
มันก็เป