ังนึกถึงเวินซิ่วอี๋อยู่
มุมปากของจ้าวเหม่ยเหรินกระตุก อยากจะเยาะเย้ย แต่ต่อหน้าเผยกุ้ยเฟยนางไม่กล้าหยาบคายอีกจึงต้องกลืนมันลงไป
เผยกุ้ยเฟยพูดด้วยรอยยิ้ม “ได้ พวกเจ้าไม่ต้องรีบกลับ อยากจะออกไปเล่นก็ตามสบายเลย กิ่งเหมยให้คนนำกลับมาก็ได้”
หมิงเวยตอบรับ นางสวมเสื้อคลุมขนสัตว์แล้วบอกให้ตัวฝูอยู่ที่นี่แล้วพานางในข้างกายเผยกุ้ยเฟยคนหนึ่งไปตัดกิ่งเหมยด้วย
ทั้งสองเดินออกจากหอสังเกตการณ์พร้อมนางในไปด้วยจำนวนหนึ่ง เดินไปตามถนนบนภูเขา ไม่นานก็เดินทางมาถึงจุดที่ดอกเหมยเบ่งบาน
ดอกเหมยสีแดงดั่งเปลวเพลิง เมื่อตัดกับฉากหลังของหิมะยิ่งดูงดงาม
เวินซิ่วอี๋หักกิ่งเหมยสองสามกิ่งแล้วมอบให้นางใน จากนั้นหันไปถามหมิงเวย “พี่หมิง ในเมื่อกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงอนุญาตแล้ว เช่นนั้นพวกเราเล่นอยู่แถวนี้สักพักดีหรือไม่”
หมิงเวยตามใจ “ได้!”
เวินซิ่วอี๋ชี้ไปที่ป่าที่อยู่ไม่ไกลออกไป “ตรงนั้นมีดอกเหมย พวกเราไปดูกันเถอะ ไม่แน่อาจบานสวยกว่านี้”
หมิงเวยตอบตกลง หญิงสาวสองคนที่ดูนุ่มนวลอ่อนหวาน แต่ฝีเท้ากลับเร็วมาก เมื่อเข้าไปในป่าเวินซิ่วอี๋ก็พานางเดินไปรอบๆ มองหาดอกเหมยที่เบ่งบานงดงามจนเหล่านางในหาไม่เจอเสี