ไม่”
หมิงเวยพยักหน้า “เป็นเช่นนี้นี่เอง เข้าใจแล้ว”
เวินซิ่วอี๋พูดต่อว่า “แต่ยิ่งข้าเอาอกเอาใจผู้อื่น ข้าก็ยิ่งเกลียดคนผู้นั้น ทุกครั้งที่ข้ายิ้มให้นาง ในใจข้ายิ่งเกลียดนางมากขึ้น ความเกลียดชังแบบนี้เมื่อสะสมมากขึ้นแล้วข้ าอาจจะทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว”
“หากทนไม่ไหวแล้วจะทำอย่างไร” เวินซิ่วอี๋หยุดแล้วใช้นิ้วหักกิ่งเหมยมากิ่งหนึ่ง
“ทนไม่ไหว…ก็ทำให้นางตายซะ!”
ทันทีที่นางออกแรงกิ่งเหมยก็หักลงเสียงดัง ‘คลิก’ ท่ามกลางหิมะที่เงียบงันเสียงนั้นดังชัดจนน่าตกใจ
หมิงเวยพูด “แล้วท่านอยากให้ข้าตายอย่างไร”
เวินซิ่วอี๋หันกลับมา นางถือกิ่งเหมยไว้ในมือแล้วยิ้ม ใบหน้าที่เดิมทีเงียบขรึม ภายใต้ฉากหลังต้นเหมยสีแดงสด เผยให้เห็นถึงความงามที่พราวไปด้วยเสน่ห์เล็กน้อย
ดวงตาของนางเป็นประกาย นางยิ้มให้หมิงเวยด้วยท่าทีสง่างาม “ท่านคิดว่าการทานเนื้อย่างชิ้นนั้นแทนเผยกุ้ยเฟย อาศัยพลังของตนเองจะสามารถปราบยาลับของข้าได้งั้นหรือ”
หมิงเวยพูดอย่างใจเย็น “ยาลับของท่านมีดีอะไร ข้าทานไปแล้วไม่เห็นรู้สึกอะไรเลย”
เวิน