เขาจะหิวซะก่อน เมื่อเห็นสีหน้าเบื่อหน่ายของหยางชู หมิงเวยกลั้นยิ้มแล้วเดินเข้าไปทำความเคารพ
เผยกุ้ยเฟยประคองนาง “ข้าบอกเจ้าแล้วว่าไม่ต้องทำความเคารพ ตอนบ่ายเจ้าทานน้อยมาก ทานสักหน่อยเถอะ”
หมิงเวยกล่าวขอบคุณ “ขอบพระทัยเหนียงเหนียง แต่หม่อมฉันยังไม่หิวเพคะ”
เผยกุ้ยเฟยมองคนที่นั่งเรียบร้อย แต่ในด้านนี้นางเหมือนมารดาทุกคน กลัวว่านางจะหนาวและหิว พอหมิงเวยใกลชิดกับนางถึงได้รู้ว่าหากเชื่อฟังนางจริงๆ อีกไม่นานนางต้องอ้วนเป็นก้อนกลมแน่
ในที่สุดหยางชูก็ทานอาหารเสร็จ และทั้งสองก็คุยกับเผยกุ้ยเฟย จนกระทั่งเวลาอาหารเย็นเผยกุ้ยเฟยไปหาฮ่องเต้ปล่อยให้พวกเขาอยู่ด้วยกันสองคน
หมิงเวยพาเขาขึ้นบนตำหนัก และถามว่า “เกิดอะไรขึ้นที่เมืองหลวงหรือเจ้าคะ”
หยางชูประหลาดใจ “ข้ายังไม่พูดท่านรู้ได้อย่างไร”
หมิงเวยหยอกล้อ “ท่านมองข้าอยู่ตลอด หนังตากระตุกเหมือนมีเรื่องอยากจะพูด”
“เป็นไปไม่ได้หรือที่ข้าจะอยากเจอท่านเฉยๆ” หยางชูไม่อายเลย เขาพูดเสียงหวาน “ไม่พบกันวันเดียวเหมือนไม่พบกันสามปี พวกเราไม่ได้เจอกันมาหลายสิบปีแล้ว”
หมิงเวยแค่นหัวเราะในใจแล้วพูดว่า “เร็วเข้า มีเรื่องอะไรก็พูดมาเถอะเจ้าค่ะ ไม่พูดเรื่องสำคัญให้เสร็จก