เวินซิ่วอี๋ขึ้นรถม้าคันใหญ่ ฮุ่ยเฟยเอนกายบนหมอนนุ่มแล้วถามนางว่า “เจ้าไปคุยกับคุณหนูหมิงมาหรือ”
“เจ้าค่ะ” เวินซิ่วอี๋เอ่ยขอน้ำร้อนนางพูดไปพลางเช็ดมือไปว่า “อยากตรวจสอบนางสักหน่อย”
“แล้วตรวจสอบได้อะไรบ้าง”
เวินซิ่วอี๋ส่ายหน้า “ยังหาไม่เจอ แต่นางดูเหมือนเสวียนชื่อที่แท้จริง”
ฮุ่ยเฟยพูด “ในเมื่อเป็นเสวียนชื่อที่แท้จริงแล้วเหตุใดถึงตรวจสอบไม่พบล่ะ”
“ไม่ใช่อย่างนั้นเจ้าค่ะ” เวินซิ่วอี๋พูด “ทุกๆ สำนักจะมีด้านที่ตนเน้นความสำคัญ อย่างเช่น เสวียนตูกวันเชี่ยวชาญในเรื่องการดูดาว และยันต์ แต่ว่าจากข่าวที่ข้าได้ยินมา และจาก การสังเกตของข้า สิ่งที่นางสามารถทำได้ล้วนทำหมดแล้ว ยังไม่มีอะไรพิเศษ”
หลังจากเงียบไปพักหนึ่งนางพูดอีกว่า “วรยุทธ์ค่อนข้างแปลก เชี่ยวชาญในคลื่นเสียง เพียงแต่ไม่ได้เห็นกับตาเลยแยกแยะไม่ออก”
ฮุ่ยเฟยเตือน “เจ้าอย่าไปจดจ่อกับนางมากจนลืมเรื่องสำคัญล่ะ”
เวินซิ่วอี๋ไม่เห็นด้วย “การแน่ใจในที่มาของนางก็เป็นเรื่องสำคัญมีคนเช่นนี้อยู่ข้างกายกุ้ยเฟยทำให้ข้าลงมือไม่ได้แล้วข้าจะช่วยอย่างไร”
ฮุ่ยเฟยถูกคำพูดของนางดักไว้ ท่าทีของฮุ่ยเ