หยางชูเดินทางเข้าวังในวันรุ่งขึ้น เขาไปขอเข้าเฝ้าฮ่องเต้ที่ท้องพระโรงก่อน
หลังจากรอสักครู่ฮ่องเต้ซึ่งได้สิ้นสุดการประชุมได้เรียกเขาเข้าเฝ้า
“ไม่ได้เจอเจ้าเสียนาน เหตุใดวันนี้ถึงว่างมาหาเจิ้นได้” การกลับเมืองหลวงครั้งนี้หยางชูไม่มีงานที่ต้องทำจึงมาที่วังน้อยลง
หยางชูยิ้มอย่างละอายใจแล้วพูดว่า “กระหม่อมมีเรื่องต้องขอร้องฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้อ่านฎีกาพลางพูดว่า “ไม่มีประโยชน์ที่จะขอจัดงานแต่งงาน เจ้าไปคุยกับท่านราชครูก่อน”
“…” หยางชูพูด “ไม่ใช่เรื่องนั้นพ่ะย่ะค่ะ”
“อ้อ เจ้ามีเรื่องอื่นงั้นหรือ” ฮ่องเต้เงยหน้าขึ้นแล้ววางฎีกาลงด้วยความสนใจ
“พูดมาได้เลย”
หยางชูพูด “เมื่อไม่กี่วันก่อนจวนเวินกั๋วกงจัดงานชมดอกเหมยจึงส่งจดหมายเชิญไปที่ตระกูลจี้…”
ฮ่องเต้พยักหน้า “แล้วหลังจากนั้นล่ะ”
“จากนั้นนางก็ไป! ผลกลับกลายเป็นว่าไม่รู้มีใครหน้าไหนได้ยินข่าวที่คล้ายกับว่าใช่ แต่ความจริงไม่ใช่ และพูดจาไม่ดีเกี่ยวกับนางลับหลัง บอกว่าทั้งครอบครัวเป็นกบฏควรจะเข้าทำใ ในเจี้ยวฟาง[1] บอกว่าตอนเด็กโง่เขลาบ้างล่ะ แม้แต่ข้าวก็ทานไม่เป็น แล้วยังเป็นคุณหนูในห้องหอปฎิเสธความรับผิดชอบ