อี๋ เพื่อบุตรชายของข้าเจ้าอดทนสักหน่อยได้หรือไม่ หากทำให้ฝ่าบาททรงกริ้วอีกครั้ง ก็คงไม่มีโอกาสอีกแล้ว”
เวินซิ่วอี๋ขมวดคิ้วอดทนอยู่ครู่หนึ่ง และในที่สุดก็พูดว่า “ได้! ฮุ่ยเฟยเหนียงเหนียง เห็นแก่ท่านอ๋อง ข้าจะทนหวังว่าท่านจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง!” พูดจบนางก็เดินออกจากห้องไปโด ดยไม่หันหน้ามาอีก ฮุ่ยเฟยมองตามแผ่นหลังของนาง และทรุดตัวลงทันที
……………
เมื่องานเลี้ยงสิ้นสุดลงท้องฟ้าก็มืดเสียแล้วหิมะเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ หมิงเวยขึ้นรถม้า แต่ยังไม่ทันขับออกไปก็มีคนกระโดดขึ้นมา นางเงยหน้าขึ้นแล้วพูดว่า “ท่านขึ้นมาอย่างอุ กอาจเช่นนี้จะดูไม่ดีเอานะเจ้าคะ”
หยางชูยิ้ม “วางใจเถอะ ข้าหลบมาไม่มีผู้ใดเห็นหรอก”
หมิงเวยกระตุกมุมปากขี้เกียจเกินกว่าจะพูดกับเขา พอรถม้าเคลื่อนที่หมิงเวยก็พูดขึ้นว่า “เวินซิ่วอี๋ผู้นั้นเป็นผู้ใดกันเจ้าคะ”
หยางชูโน้มตัวเข้ามากุมเตาอุ่นมือด้วยกันกับนางแล้วตอบว่า “ชาติกำเนิดของฮุ่ยเฟยไม่สูงนัก ตระกูล