่าปี”
หยางชูมองไปที่ภาพวาดจากนั้นก็มองฮุ่ยเฟยแล้วพูดว่า “ภาพมวลดอกไม้นี้งามจริงๆ หากพูดถึงความสร้างสรรค์จะเริ่มจากตรงไหนดี”
แววตาของเขาดูยั่วยุเหมือนอยากสื่อว่า ‘ของเช่นนี้จะมาเทียบกับของข้าได้หรือ’
เวินซิ่วอี๋ก้มหน้าตอบว่า “เยวี่ยอ๋องโปรดรอสักครู่งานปักของหม่อมฉันเสร็จเพียงครึ่งเดียวยังขาดอีกเล็กน้อยเพคะ”
“อ้อ”
เวินซิ่วอี๋พูดเสียงกระซิบ “ในเมื่อเป็นมวลดอกไม้จะไม่มีผีเสื้อได้อย่างไร”
ฮ่องเต้แปลกใจ “เจิ้นคิดว่าเจ้าละเลยในจุดนี้หรือว่ามีอย่างอื่นอีกงั้นหรือ”
เวินซิ่วอี๋ตอบเสียงนุ่ม “ฝ่าบาทโปรดอนุญาตให้ใช้เข็มกับด้ายต่อหน้าพระพักตร์ด้วยเถิดเพคะ”
ฮ่องเต้พยักหน้า “ได้”
เวินซิ่วอี๋หยิบเข็ม และด้ายที่นางในส่งมาให้จากนั้นนางก็ปักเกสรดอกไม้ต่อหน้าทุกคน แต่เมื่อเห็นการปักที่ชำนาญของนางที่ปักเพียงไม่กี เข็มก็ชี้ให้เห็นถึงความละเอียดอ่อน นางปักทีละดอกอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นไม่นานนางก็เก็บเข็มกับด้าย แล้วให้นางในนำภาพปักไปที่ทางเข้า ท้องพระโรง
“ฝ่าบาท และเหนียงเหนียงโปรดรอสักครู่เพคะ” ท่าทีมั่นใจของ