าไปหอดูดาวมาพบอะไรบ้างหรือขอรับ”
“ไม่ต้องรีบร้อน” เจี่ยงเหวินเฟิงปลอบ “มีทั้งข่าวดีและข่าวร้าย”
เขาพูดว่า “ข่าวร้ายคืออีกฝ่ายค้นพบหอดูดาวแล้วจึงจุดไฟเมื่อคืนเพื่อดึงดูดความสนใจของพวกท่าน ข่าวดีคือพวกเขายังไม่มีเวลาไปเอาของสิ่งนั้น”
ผู้อาวุโสอี้ทั้งดีใจและกังวล “ใต้เท้าจะบอกว่าของสิ่งนั้นยังอยู่ในเสวียนตูกวันหรือ”
“ใช่” เจี่ยงเหวินเฟิงยิ้ม “สิ่งที่เขาได้ไปคือกุญแจ ส่วนสมบัติที่แท้จริงยังคงซ่อนอยู่ในเสวียนตูกวันซึ่งก็คือที่หอดูดาวแน่นอน ในเมื่อเมื่อคืนนี้อีกฝ่ายตรวจสอบเรียบร้อย ยแล้วคิดว่าอีกไม่นานคงกลับมาเอาของสิ่งนั้น”
เขายกมือประสานกัน “ท่านผู้อาวุโสทั้งหลายหากท่านจับคนผู้นี้ได้ คดีนี้ก็จะคลี่คลาย ข้าเป็นเพียงเจ้าหน้าที่ทักษะยังห่างไกลจากพวกท่านโปรดให้ความช่วยเหลือด้วย”
ผู้อาวุโสอี้ให้คำมั่นสัญญา “ใต้เท้าเจี่ยงเกรงใจไปแล้วนี่เป็นหน้าที่ของพวกเรา สิ่งที่คนผู้นั้นต้องการคือของในเสวียนตูกวัน แน่นอนว่าพวกเราไม่มีทางอยู่เฉยได้”
ผู้อาวุโสล่ายเองก็พูดอีกคนว่า “ท่านวางใจเถอะพวกเราจะช่วยท่านจับคนผู้นี้ให้ได้” ผู้อาวุโสท่านอื่นเองก็รับปากเป็นมั่นเหมาะและเริ่มวางแผนในใจ
เจี่ยงเหวินเฟิงพูดว่า