หนิงซิวถูกเรียกตัวมาอย่างเร่งด่วนเมื่อเห็นหมิงเวย และหยางชูอยู่ในศาลาของหอดูดาวเขาก็พูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “มีอะไรก็รีบพูดมา ข้าออกมานานไม่ได้”
เขายังไขปริศนาที่ท่านอาจารย์ทิ้งไว้ไม่ได้จึงรู้สึกไม่สบายใจ
หมิงเวยกลับพูดว่า “อาจารย์ ทิ้งปริศนานั้นไว้ก่อนเจ้าค่ะ เรามีเรื่องสำคัญกว่านั้น”
หนิงซิวทำหน้าสงสัยอะไรจะสำคัญไปกว่าปริศนาของท่านอาจารย์
“แม้ว่าบ้านของท่านจะถูกไฟไหม้ ผู้อื่นไขปริศนาได้ สมบัติถูกผู้อื่นแย่งไป ไม่สำคัญเท่ากับสิ่งนี้ต้องชดใช้ด้วยชีวิตเท่านั้นถึงจะคุ้มค่า”
นางพูดจนหนิงซิวตกใจ “ตกลงคืออะไรกันแน่”
หมิงเวยมองไปที่หอดูดาว และพูดออกมาว่า “การสืบทอดปรมาจารย์แห่งชีวิตเจ้าค่ะ”
หนิงซิวตกใจ “…ท่านหมายถึงการสืบทอดปรมาจารย์แห่งชีวิตที่สูญหายไปงั้นหรือ”
“เจ้าค่ะ” หมิงเวยพูดเสียงเบา “เพราะว่าปรมาจารย์แห่งชีวิตถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น หากเกิดอะไรขึ้นระหว่างนั้นก็จะทำให้การสืบทอดตัดขาดได้ง่ายดังนั้นผู้ก่อตั้งปรมาจารย์แห่งชีวิ ตจึงนำมรดกสืบทอดวางไว้ในป้ายสะกดวิญญาณ
หากเขาเกิดเสียชีวิตกะทันหันคนรุ่นต่อไปสามารถนำออกจากป้ายสะกดวิญญาณ และสืบสานต่อได้ แต่เมื่อร้อยกว่าปีก่อนปรมาจารย์แห่งชีวิตรุ่น