เสวียนเฟยก็จะถูกลงโทษ” เขาชะงักไปครู่หนึ่ง “อีกฝ่ายดูเหมือนต้องการถ่วงเวลา”
“จะถ่วงเวลาไปทำไมกัน” เจี่ยงเหวินเฟิงถามต่อ “หากสมมุติฐานของพวกท่านเป็นจริง เขาคงได้สมบัติไปแล้วเหตุใดต้องถ่วงเวลาด้วย”
“เรื่องนี้…” หยางชูไม่สามารถตอบได้
“พวกเรามาตั้งสมมุติฐานใหม่กันเจ้าค่ะ” หมิงเวยพูดต่อ “หากเสวียนเฟยไม่ได้โกหกเหตุใดเขาไม่พูดความจริงล่ะ ในตอนนั้นอวี้หยางเป็นฝ่ายลงมือก่อนเขาแค่ป้องกันตัวถึงแม้จะฆ่าอวี้หยางจริง แต่มันก็สมเหตุสมผลไม่ใช่หรือ”
“ใช่ คนอย่างเสวียนเฟยสิ่งที่เขาสนใจมีไม่มาก” หยางชูลูบคาง “เขาให้ความสำคัญกับเสวียนตูกวัน และเคารพรักอาจารย์มากมีอย่างอื่นอีกหรือ”
“พวกเราเข้าใจได้เช่นนี้ที่เขาไม่พูดก็เพื่อถ่วงเวลาให้หลักฐานที่ขัดแย้งแก่พวกเราเพื่อที่เราจะสรุปความจริงไม่ได้” หมิงเวยยังคงคาดเดาต่อไป
ทั้งสามไม่สามารถเดาได้ เสียงเคาะไม้จากด้านนอกดังเข้ามาบ่งบอกว่าตอนนี้ยามสาม[1]แล้ว
เจี่ยงเหวินเฟิงพูด “ดึกแล้ว กลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ ตอนนี้พวกเราเข้าสู่ทางตัน บางทีพรุ่งนี้อาจนึกอะไรใหม่ได้อีก”
“ได้…” พวกเขากลับไปล้างหน้าแปรงฟันเสร็จก็แยกย้ายกันพักผ่อน
หลังจากหลับไปไม่นานหมิงเวยก็ถูกปลุกโดยเสียงเคาะประตู “