ทั้งสี่คนลงไปที่ชั้นสอง
เจ้าหน้าที่เฝ้าอยู่คารวะ “ใต้เท้า”
เจี่ยงเหวินเฟิงถาม “แม่นางหมิงจะทำอย่างไร”
หมิงเวยพูด “นำหมึกชาดกับพู่กันมาให้ทีเจ้าค่ะ”
เจี่ยงเหวินเฟิงเหลือบมองซึ่งทางเจ้าหน้าที่ทราบดีจึงลงไปยังชั้นล่างไม่นานก็กลับมาพร้อมของ สิ่งนี้มีอยู่ทั่วไปในเสวียนตูกวัน หมิงเวยรับหมึกและพู่กันมาแล้ววาดบนพื้นรอบศพของอวี้หยาง
หนิงซิวมองดูอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามว่า “ค่ายกลหรือ”
“เจ้าค่ะ” หมิงเวยวาดด้วยความรวดเร็ว และพริบตาเดียวนางก็วาดเสร็จจากนั้นก็วางพู่กันแล้วบอกว่า “อันที่จริงตามเหตุผลแล้วกลิ่นอายในบาดแผลจะหายไปอย่างรวดเร็ว และแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะระบุตัวฆาตกรด้วยสิ่งนี้ แต่เหตุผลที่ครั้งนี้ใช้ได้เพราะเจดีย์กงเต๋อนั้นพิเศษเจ้าค่ะ การเคลื่อนไหลของชี่ที่นี่ถูกปิดกั้นซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ศพที่ถูกเก็บรักษาไว้ที่นี่ยังคงสามารถเก็บรักษาได้เป็นเวลานาน”
เจี่ยงเหวินเฟิงเลิกคิ้วเขานึกถึงคำเตือนของเสวียนเฟยในตอนที่กำลังยกศพออกไปเมื่อกลางวัน เขาหมายความว่าอย่างนี้หรือ หากเขาเป็นคนฆ่าเขาจะกล่าวเตือนทำไมกัน
“เอาล่ะ เริ่มกันเลย!” นางหยิบยันต์ออกมาแล้วสะบัดมันออกไป
เจี่ยงเหวินเฟิงและเจ้าหน้าที่ทั้งสองรู้สึ