กถึงสายลมเย็นๆ รอบตัวพวกเขา
แต่ในสายตาของหนิงซิวและหยางชู ค่ายกลบนพื้นดินจู่ๆ ก็เหมือนมีชีวิตขึ้นมา อากาศก็ไหลเวียนก่อตัวเป็นวงจรที่มีเอกลักษณ์ การเคลื่อนไหลของชี่ไหลผ่านบาดแผลบนร่างกายของอวี้หยางกลิ่นอายที่มองไม่เห็นค่อยๆ หลบหนีจากมัน
กลิ่นอายเหล่านี้ควบแน่นรวมกัน และกลายเป็นแสงจางๆ สายหนึ่ง
“เสี่ยวไป๋” หมิงเวยกระซิบ
“เจ้าค่ะ” งูขาวเลื้อยออกมาจากแขนเสื้อของนาง และวิ่งไปที่ศพของอวี้หยางทำให้ตนเองอยู่ท่ามกลางแสงจางๆ สายนั้น
หลังจากนั้นไม่นานมันก็ลงจากร่างของอวี้หยางแล้วเลื้อยลงไปข้างล่าง
หมิงเวย หนิงซิว และหยางชูเห็นดังนั้นจึงเดินตามลงไปข้างล่างทันที เนื่องจากมีหยกแขวนอยู่เจี่ยงเหวินเฟิงจึงสามารถรับรู้ถึงการมีอยู่ของเสี่ยวไป๋ได้
เมื่อพวกเขาลงมาถึงชั้นหนึ่งก็เห็นงูขาวกำลังสูดดมร่างกายของเสวียนเฟย จากนั้นก็พูดยืนยันว่า “เป็นเขาเจ้าค่ะ!”
ทั้งสี่คนหยุดนิ่ง “เจ้าแน่ใจหรือ” หมิงเวยถามอีกครั้ง
“เจ้าค่ะ กลิ่นอายเหมือนกันเลย!”
หลังจากเรียกงูขาวกลับมาหมิงเวยก็นิ่งเงียบ เสวียนเฟยลืมตาขึ้นมองโดยไม่พูดอะไร สักพักอากาศก็ราวกับจับตัวเป็นก้อน
หลังจากผ่านไปนานก็ได้ยินเจี่ยงเหวินเฟิงถอนหายใจ และถามเขาว่า “ท่านราชค