เจี่ยงเหวินเฟิงโบกมือให้คนเหล่านั้นถอยออกไป ชั้นล่างจึงมีเพียงพวกเขาห้าคน หมิงเวยใช้เคล็ดวิชาเพื่อกันสายตา าที่สอดรู้สอดเห็นของผู้อื่นออกไปแล้วถามว่า “ท่านราชครูพวกเรามาที่นี่แล้ว ท่านจะยังไม่พูดอีกหรือเจ้าคะ”
เสวียนเฟยลืมตา และมองคนสี่คนที่อยู่ตรงหน้าเขา ทั้งวันนี้เขาแทบจะไม่ได้กินอะไรเลย เขาในตอนนี้ดูซีดเซียวแว ววตาดูไม่ผ่อนคลายเลย
เขาส่ายหัวช้าๆ “พวกท่านอย่ามายุ่งเลย”
เจี่ยงเหวินเฟิงพูดว่า “หากพวกเราไม่ยุ่งท่านได้กลายเป็นแพะรับบาปแน่ ถึงเวลานั้นไม่เพียงแต่ไม่ได้เป็นราชครู แต่ เสวียนตูกวันยืนกรานที่จะลงโทษท่านอย่างหนัก ไม่แน่ว่าท่านอาจรักษาชีวิตไว้ไม่ได้ท่านเข้าใจผลที่ตามมาหรือไม ม่”
เสวียนเฟยยังคงปิดปากไม่พูดอะไร
หมิงเวยพูด “ท่านอย่าลืมนะเจ้าคะ ว่าจิตสำนึกของพวกเราสามารถสื่อถึงกันได้ เมื่อคืนข้าสัมผัสได้ว่าท่านกำลัง ตกอยู่ในอันตราย แต่ไม่อาจสืบค้นความลับในใจของท่านได้ ท่านเลือกมาเจ้าค่ะว่าจะให้ข้าเป็นคนสืบหรือจะพูดออกมาเ เอง”
เสวียนเฟยกลับบอกว่า “หากท่านสามารถสืบเองได้แล้วจะถามข้าทำไมกัน”
จากนั้นก็ไม่พูดอะไรอีกเขาหลับตาและเพิกเฉยต่อพวกเขา ทั้งสี่เห็นเช่นนั้นก็รู้ว่าไม่สำเร็จจึงทำได้