ฮ่องเต้เอามือไพล่หลังแล้วเดินไปเดินมา จากนั้นถามขึ้นว่า “หมายความว่าในที่เกิดเหตุมีแค่พวกเขาสองคน ภายในเจดีย์ กงเต๋อนอกจากศพของอวี้หยางแล้วก็มีเพียงท่านราชครูหรือ”
“พ่ะย่ะค่ะ” เจี่ยงเหวินเฟิงกล่าวเสริมว่า “ในช่วงเวลาเกิดเหตุมีผู้อาวุโสท่านหนึ่งกำลังลาดตระเวน พอได้ยินเสียง กรีดร้องก็รีบไปที่เจดีย์กงเต๋อเขาแน่ใจว่าไม่พบผู้ใดเลยพ่ะย่ะค่ะ ที่ตั้งของเจดีย์กงเต๋อไม่มีอาคารอื่นรายล้ อมจะขึ้นลงมีประตูเพียงบานเดียวเรียกได้ว่าไม่ต่างจากห้องลับ ท่านราชครูจึงตกเป็นที่น่าสงสัยพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้พยักหน้า “หากเป็นผู้อื่นพบคงไม่สังเกตเห็นว่ายอดฝีมือหลบหนีไปแล้ว ในเมื่อเขาเป็นผู้อาวุโสจากเสวียนตู กวันจึงไม่น่าเป็นไปได้อย่างยิ่งที่เขาจะปล่อยให้คนร้ายหนีไปอย่างเงียบๆ ภายใต้จมูกของเขา”
“อย่างน้อยก็พูดได้ว่าไม่มีพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ถอนหายใจ “ท่านราชครูไม่ยอมบอกเลยหรือ”
“ไม่เลยพ่ะย่ะค่ะ” เจี่ยงเหวินเฟิงตอบ “กระหม่อมถามหลายครั้ง แต่ท่านราชครูยืนกรานว่าจะไม่พูด กระหม่อมถามเหล่าผู้ อาวุโสในตอนที่พวกเขาจับท่านราชครูเขาก็ไม่ได้ขัดขืนแล้วก็ไม่แก้ตัวใดๆ เลยพ่ะย่ะค่ะ”
อาจกล่าวได้ว่าท่าทีของเสวียนเฟยเป็นอันตรายต่อตัวเองอย่างมาก หาก