นนี้…ฮ่องเต้รู้สึกว่ามันไม่คุ้มเสีย
“ช่างเถอะ ในเมื่อเลือกไว้แล้วจะไปหาจากที่ไกลทำไมกัน กว่าจะรอคนมาถึงศพคงจะเน่าไปเสียก่อนท่านไปถามเยวี่ยอ อ๋องเอาละกัน”
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” เจี่ยงเหวินเฟิงขอตัวทันทีเมื่อบรรลุเป้าหมาย
หลังจากออกจากวังเขาก็ให้คนส่งข้อความถึงหมิงเวยทันที และเดินทางไปจวนเยวี่ยอ๋องด้วยตนเอง ไม่นานหมิงเวยก็มา าถึงจวนเยวี่ยอ๋อง
“ฝ่าบาทอนุญาตให้พวกเรามีส่วนร่วมในคดีนี้แล้วหรือ”
พอได้ยินคำพูดของหยางชูเจี่ยงเหวินเฟิงก็แก้ไขว่า “แค่แม่นางหมิงเท่านั้น ไม่ได้รวมท่านอ๋องด้วย”
แต่หยางชูเป็นคนหน้าหนา “ที่ฝ่าบาทตรัสมาก็ไม่ผิดพวกเราหมั้นกันแล้วจะปรากฏตัวในสังคมผู้เดียวได้อย่างไร มีคู หมั้นอย่างข้าพาไปด้วยคงไม่เป็นไร”
หมิงเวยหันไปมองเขา ฮ่องเต้ตรัสเช่นนั้น แต่ไม่ได้บิดพลิ้วพอถูกเขายืมมาใช้ประโยชน์ก็กลายเป็นการเอาขนไก่ไปทำ ำลูกศร[1]
เจี่ยงเหวินเฟิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง “คำขอนี้ของเยวี่ยอ๋องก็ดูเหมาะสมดี”
ทั้งสามมองหน้ากันแล้วยิ้มอย่างมีเลศนัย หลังจากพูดคุยเรื่องสำคัญกันเสร็จ เจี่ยงเหวินเฟิงก็พูดว่า “ข้าจะกลับไ ไปจัดการเรื่องที่ศาลาว่าการเสียหน่อย หลังจากมอบหมายงานล่าสุดเสร็จแล้วข้าจะไปที่เสวียนตูก