หมิงเวยรีบออกจากเมืองเพราะต้องการช่วยเหลือเสวียนเฟยเมื่อเรื่องเป็นเช่นนี้แล้วก็ไม่มีประโยชน์ที่จะรีบจึงต้อง กลับไปก่อน
เจี่ยงเหวินเฟิงให้คำมั่นกับนางว่า “แม่นางวางใจได้ข้าจะสืบหาความจริงไม่ให้ท่านราชครูได้รับความไม่เป็นธรรม”
หมิงเวยเชื่อเขาจึงกล่าวเตือนว่า “หากเกี่ยวพันถึงเสวียนเหมินใต้เท้าเจี่ยงต้องใส่ใจกับความปลอดภัยไม่แยกจากเหลย ยหงจะเป็นการดีที่สุดเจ้าค่ะ”
เจี่ยงเหวินเฟิงยิ้มและกล่าวว่า “มีอะไรร้ายแรงหรือข้าเป็นขุนนางในราชสำนัก ฆาตกรเป็นศัตรูกับศาลอยู่แล้วไม่ใช ช่หรือ”
หมิงเวยพูด “แน่นอนว่าไม่ใช่กับเสวียนเหมินดั้งเดิมเจ้าค่ะ ตัวพวกเขาอยู่ในโลกมนุษย์แต่ทางการยังต้องเพิกเฉย แต่ไม่ใช่กับเสวียนเหมินยอดฝีมือที่ไร้สำนัก หากมีความแข็งแกร่ง กฎหมายก็ไม่อยู่ในสายตาพวกเขา”
เห็นหมิงเวยมีท่าทีจริงจังเจี่ยงเหวินเฟิงเก็บรอยยิ้ม “ได้ ข้าจะจำไว้”
หมิงเวยยิ้ม “เช่นนั้นข้าไม่รั้งให้งานของใต้เท้าเจี่ยงล่าช้าแล้วหากมีโอกาส ใต้เท้าเจี่ยงโปรดคิดหาวิธีให้ข ข้ามีส่วนร่วมในคดีนี้ด้วยเถิด”
เจี่ยงเหวินเฟิงพยักหน้า “เรื่องนี้ไม่ยากคดีนี้มีเสวียนเหมินอยู่เบื้องหลัง พวกเราเคยร่วมมือกันมาก่อน หากฝ่า าบาทไม่คัดค้านต้องเชิญ