เจี่ยงเหวินเฟิงรายงานว่า “ในตอนที่กระหม่อมกำลังสืบสวนสาเหตุการเสียชีวิตของนางในพบว่ามีคนในตำหนักหายไปหลายคน กระหม่อมจึงติดตามเบาะแสและพบหญิงชราผู้นี้”
ทันทีที่ไท่จื่อเห็นท่านยายหร่วนก็เหมือนเห็นความหวังสุดท้าย เขาเงยหน้าขึ้น และตะโกนว่า “เสด็จพ่อ! เรื่องนี้โทษว่าเป็นความผิดของลูกไม่ได้นะพ่ะย่ะค่ะ เป็นนางที่ค้นพบว่าลูกรู้ตัวตนที่แท้จริงของนาง และต้องการใส่ร้ายลูก ลูก…ลูกเพียงแค่เริ่มก่อนเพื่อปกป้องตนเอง!” ผู้อาวุโสทั้งหลายต่างถอนหายใจ และหันศีรษะไปทางอื่น
กัวสวี่ยกมุมปากอดไม่ได้ที่จะมองเขาช่างโง่อะไรอย่างนี้! จนถึงตอนนี้ก็ยังดูไม่ออกเลยว่าผู้ใดกันที่ใส่ร้ายเขา
ฮ่องเต้มองเขาอย่างเฉยเมย “อ้อ แล้วผู้ใดใส่ร้ายเจ้า”
สายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธของไท่จื่อหันไปทางฉากกั้นซึ่งเผยกุ้ยเฟยเคยอยู่ที่นั่นมาก่อน
ฮ่องเต้หลับตาลงด้วยความรู้สึกผิดหวังอย่างมากกับบุตรชายคนนี้ “เจี่ยงชิง ดำเนินการต่อได้!”
“พ่ะย่ะค่ะ” เจี่ยงเหวินเฟิงหันกลับมา “ท่านยายหร่วน ตกลงผู้ใดเป็นคนสั่งการเจ้า ยังไม่พูดความจริงออกมาอีก”
ท่านยายหร่วนคุกเข่าเสียงดัง ‘ตุบ’ และคุกเข่าคำนับอย่างสุดชีวิต “ฝ่าบาทโปรดเมตตาด้วยเถอะเพคะ! บ่าวถูกบังคั