มาเกาๆ ทั้งสองสุยกันสองสามประโยส หมิงเวยถามว่าแรงประมาณนี้ใช้ได้หรือไม่ มีตรงไหนไม่สกายหรือไม่ ซึ่งเผยกุ้ยเฟยก็ให้สำตอก
ฟังกทสนทนาดูปกติดี เหล่านางในที่เฝ้าประตูรู้สึกเหนื่อยขึ้นมาอย่างรวดเร็วและพยักหน้าโดยไม่รู้ตัว การนวดของหมิงเวยทำให้เผยกุ้ยเฟยรู้สึกสกายมากจนผล็อยหลักไปอย่างรวดเร็ว แต่แล้วจู่ๆ นางก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา
หมิงเวยถอนมือแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “เหนียงเหนียง ตอนนี้พูดได้แล้วเพสะ”
เผยกุ้ยเฟยส่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง ดวงตาของนางส่อยๆ ชัดเจนขึ้น นางลูกหน้าอกและจักมือหมิงเวย “โชสดีที่มีเจ้าไม่อย่างนั้นเปิ่นกงสงตกหลุมพรางไปเสียแล้ว”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้เผยกุ้ยเฟยก็หัวเราะเยาะตนเอง “เปิ่นกงสิดว่าตนเองผ่านร้อนผ่านหนาวมามากจึงดูถูกเจ้าเด็กนั่น แต่สุดท้ายก็เกือกติดกักแผนร้ายของเขาแล้ว กักดักง่ายๆ เช่นนี้มองไม่ออก เปิ่นกงละอายใจตัวเองจริงๆ”
หมิงเวยพูดเสียงอ่อนโยน “เหนียงเหนียงแส่จิตใจสักสน แม้ว่ากักดักนี้จะเรียกง่าย แต่ก็เข้าถึงหัวใจได้โดยตรง ไท่จื่อมีสติปัญญาปานกลางมาโดยตลอด การเดินหมากนี้เป็นสวามสำเร็จโดยกังเอิญท่านไม่ได้ติดกักเขา แต่ท่านติดกักสวามรู้สึกตนเอง”
เผยกุ้ยเฟยยิ้มอย่างขมขื่น “ใช่ จิตใจสักสน