คิดว่าตนเองฉลาดเป็นอันว่าจบสิ้นแล้ว เจี่ยงเหวินเฟิงไม่กระตือรือร้นในเรื่องก่อกบฏ แต่หากไท่จื่อหาเรื่องตายเขาเองก็ไม่สามารถห้ามได้
“ฝ่าบาท” เขาประสานมือ “คดีนี้มีประเด็นน่าสงสัยอยู่หลายประเด็น กระหม่อมต้องการสอบสวนหลายคน”
ฮ่องเต้เรียก “ว่านต้าเป่า”
“พ่ะย่ะค่ะ” ว่านต้าเป่าเข้าใจและโค้งคำนับเขา “ใต้เท้าเจี่ยงต้องการอะไรรับสั่งได้เลยขอรับ”
เจี่ยงเหวินเฟิงพูด “หนึ่ง ตามหานางในที่เป็นคนส่งข้อความให้เหนียงเหนียง สอง ผู้ใดที่เป็นคนทราบว่าเหนียงเหนียงเดินทางไปที่ศาลาว่างเยวี่ย และสาม…”
เขาหันมาหาฮ่องเต้ “ฝ่าบาท กระหม่อมมีบางเรื่องที่ต้องการถามเหนียงเหนียงพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้มองไปทางม่านลูกปัดแล้วพยักหน้า “เช่นนั้นไปที่ห้องฝั่งตะวันออก”
ไท่จื่อมองฮ่องเต้ที่เดินออกไปเขาอยากจะพูดอะไร แต่เมื่อเห็นสายตาเย็นชาจากบิดาก็ต้องสะดุ้ง
ม่านลูกปัดสั่นไหวเผยกุ้ยเฟยเดินออกไป
ไท่จื่อตัวสั่นเทาบนพื้น เขารู้สึกเสียใจในภายหลังเป็นอย่างมาก เหตุใดจึงไม่รอให้พิธีกรรมเสร็จสิ้นก่อนแล้วไปปรึกษาอาจารย์ฟู่
จริงสิ! อาจารย์ฟู่…ต้องรีบไปหาอาจารย์ฟู่!
ไท่จื่อรีบมองออกไปข้างนอก…
“พี่ใหญ่มองหาผู้ใดหรือ” น้ำเสียงของซิ่นอ๋องเหมือนจะหัวเราะ แต่ไม่