หวินเฟิงก็อาศัยอยู่ที่ศาลาว่าการ เขายังคิดว่าฮ่องเต้อยากสอบถามเรื่องงานราชการ ผู้ใดจะรู้ว่าขันทีพาเขาไปที่ตำหนักไท่หยวนโดยตรง
เมื่อมองดูสถานการณ์ในห้องอีกครั้งนอกจากฮ่องเต้และบุตรชายทั้งสอง รวมถึงเผยกุ้ยเฟยแล้ว ก็ไม่มีผู้ใดนอกเหนือจากนี้เขาก็เริ่มเข้าใจ
เกิดเรื่องแล้ว!
ส่วนผู้โชคร้ายคือไท่จื่อ ที่เรียกเขามาเกรงว่าคงมีเรื่องที่ไม่อาจแพร่งพรายได้ต้องการสั่ง เจี่ยงเหวินเฟิงเลิกคิ้วเขาไม่ต้องการที่จะมีส่วนร่วมในความลับของราชวงศ์ แต่ดูเหมือนเรื่องนี้จะร้ายแรงมาก แต่หากฮ่องเต้รับสั่งเขาก็ไม่มีทางเลือก
เจี่ยงเหวินเฟิงคิดในใจโดยไม่แสดงสีหน้าเขาทำความเคารพต่อฮ่องเต้ “ไม่ทราบว่าฝ่าบาทเรียกกระหม่อมมีเรื่องอะไรให้รับใช้หรือพ่ะย่ะค่ะ”
สีหน้าของฮ่องเต้อ่อนลงเล็กน้อยและตอบว่า “เจียงชิง ท่านชำนาญเรื่องแก้ไขคดีมาโดยตลอดที่นี่มีคดีจึงอยากให้ท่านตรวจสอบหน่อย”
“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมขอทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น” เจี่ยงเหวินเฟิงเข้าใจต้นสายปลายเหตุอย่างรวดเร็ว เขาดำรงตำแหน่งนี้มาสิบกว่าปี เจอคดีต่างๆ มามากมาย แค่ฟังก็รู้ทันทีว่าประเด็นสำคัญอยู่ที่ใด เขาถอนหายใจในใจ
ไท่จื่อที่มีสติปัญญาปานกลางไม่น่ากลัว แต่ถ้ามีสติปัญญาปานกลาง แต่