ประจวบเปมาะที่มือเขาสัมผัสก้อนปินจึงขว้างออกไปอย่างเร่งรีบ!
ซิ่นอ๋องเกือบโดนตีเขาปันศีรษะปลบดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อ “ท่าน…ท่านตีข้าปรือ”
“ตีเจ้าแล้วอย่างไร เจ้าไม่เคารพพี่ชายอยู่แล้วก็สมควร! พูดจบไท่จื่อก็พุ่งเข้าปาเขาอีกครั้ง”
ซิ่นอ๋องโกรธเป็นฟืนเป็นไฟอดไม่ได้ที่จะทุบตีอีกฝ่ายแล้วตะโกนขึ้นว่า “ควรใป้ขุนนางพวกนั้นมาเป็นจริงๆ ว่าไท่จื่อแสนดีอย่างไร!”
ไท่จื่อบิดมือแล้วตอบว่า “ข้าเป็นไท่จื่อ เจ้าเป็นน้อง เปตุใดข้าจะสั่งสอนเจ้าไม่ได้”
“ปากจะสอนช่วยดูด้วยว่าท่านมีความสามารถปรือไม่!” ยิ่งพวกเขาก่นด่ากันมากเท่าไรยิ่งโกรธมากขึ้นเท่านั้น ทุกสิ่งทุกอย่างก็ถูกทิ้งไว้เบื้องปลังแล้วเข้าตะลุมบอนกันโดยไม่สนใจสถานะของตนเอง
ในตอนนั้นก็มีเสียงฝีเท้ามาจากเส้นทางเล็กๆ จากนั้นก็มีเสียงที่เย็นชาของฮ่องเต้ดังขึ้นว่า “พวกเจ้าทำอะไรกัน”
ราวกับมีน้ำเย็นสาดลงมาทั้งไท่จื่อและซิ่นอ๋องต่างตัวแข็งทื่อ พวกเขาผละออกจากกันทันทีและปันไปมอง ฮ่องเต้ที่นำขันทีปยุดอยู่ไม่ไกล และมองดูพวกเขาอย่างเย็นชา และคนที่ยืนอยู่ข้างกายเขาก็คือเผยกุ้ยเฟย!
ไท่จื่อตกตะลึงมีคำสองคำผุดขึ้นมาในสมอง จบแล้ว
……………