รื่องนี้จะให้ทนได้อย่างไร เจ้าจะให้ข้าทนอย่างไรกว่าพิธีกรรมจะเสร็จสิ้นก็อีกสองวัน นางต้องลงมือกับข้าแน่ สองวันหลังจากนี้อันตรายเกินไป!”
“แต่เรื่องนี้ไม่สามารถแก้ไขได้ในเวลาอันสั้นนะพ่ะย่ะค่ะ!”
“แก้ไขไม่ได้ก็ต้องแก้!” แค่คิดว่าตนเองจะถูกกำจัดทำให้ไท่จื่อตกอยู่ในอันตรายจะไปสงบลงได้อย่างไร แต่เขาไม่มีปัญญามากพอเขาไม่สามารถคิดความคิดดีๆ ออกได้เลย เมื่อคิดถึงเรื่องที่เฉิงเอินโหวฮูหยินถูกไล่ออกจากวัง จู่ๆ ก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา
“จริงสิ! ต่อให้นางเก่งกาจเพียงใดนางก็เป็นแค่สตรี เสด็จพ่อโปรดปรานนางมากเพียงใดก็มีเรื่องเดียวที่ไม่สามารถทนได้!” รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของไท่จื่อเขาพูดออกมาว่า “คบชู้!”
องครักษ์ตกตะลึงไปครู่หนึ่งด้วยความตกใจ “ไท่จื่อ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ท่านจะก่อเรื่องไม่ได้นะพ่ะย่ะค่ะ! ที่นี่คือพระราชวังคนผู้นั้นมีอำนาจกุมวังหลัง ท่านสร้างสถานการณ์ลำบากนี้หากพลาดพลั้งขึ้นมาอันตรายถึงชีวิตได้นะพ่ะย่ะค่ะ!”
“ตอนนี้ข้าก็อันตรายถึงชีวิตแล้ว!” ไท่จื่อตะโกน
เมื่อเห็นเขาเป็นเช่นนี้องครักษ์ก็ไม่กล้าเกลี้ยกล่อมเขาอีกไท่จื่อสงบลงเล็กน้อยแล้ววางแผนต่อไปไม่ต้องพูดถึงองครักษ์คนเดียวต่อให้มีเป็นสิบ