้นทางไว้ รอออกไปแล้วค่อยวาดแผนที่กันเจ้าค่ะ”
“ได้” คิดแล้วเขาก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ “คิดได้แล้วใช่หรือไม่ว่าท่านจากข้าไปไม่ได้หรอก หากไม่มีข้าจำทางให้ท่านจะทำอย่างไร”
หมิงเวยเหลือบมองเขาขี้คร้านเกินกว่าจะตอบ เห็นนางไม่ปฏิเสธจึงพูดต่อไปว่า “ท่านเห็นหรือไม่พวกเราเป็นคู่ชะตากัน ท่านจำคนไม่ได้ซ้ำยังไม่รู้เส้นทาง แต่ข้ามีความจำที่ดีมากซึ่งสามารถชดเชยในสิ่งที่ขาดหายไปของท่านได้อีกอย่าง ข้ามีชะตากรรมที่โดดเดี่ยว ชีวิตนี้ข้าถูกกำหนดให้อยู่อย่างโดดเดี่ยวไปจนแก่เฒ่า แต่ท่านมาที่นี่ และเป็นคนไร้ซึ่งดวงชะตาซึ่งคู่ควรกับชะตากรรมที่โดดเดี่ยวอย่างข้าท่านไม่คิดว่ามันพอเหมาะพอดีหรือ”
หมิงเวยยิ้ม “ท่านช่างพูดเก่งจริงเจ้าค่ะ”
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ท่านว่าสมเหตุสมผลหรือไม่”
เขายังคงอ้อยอิ่งอยู่ แต่แล้วจู่ๆ งูขาวก็ออกมาจากอีกด้านหนึ่ง “นายท่าน ข้าพบอะไรบางอย่างเจ้าค่ะ!”
หมิงเวยชะงัก “อะไรหรือ”
“มีที่ที่หนึ่งมีคนสนทนากันอยู่ขอรับ!”
หมิงเวยและหยางชูมองหน้ากันและพูดพร้อมกัน “นำทางไป!”
ทั้งสองเดินตามงูขาวเดินคดเคี้ยวไปมา และในที่สุดก็ถึงที่แห่งหนึ่ง และมีเสียงเบาๆ มาจากผนังกั้น หยางชูมีหูที่ดีมากจึงฟังออกว่าเสียงนั่นเป็นเสียง