เขาที่บอกเคล็ดลับแก่ข้าซึ่งช่วยข้าได้มาก”
หมิงเวยหัวเราะ “หายากเหมือนกันที่พวกท่านสองคนมีชะตากรรมเช่นนี้”
นางชะงักไปพักหนึ่งแล้วพูดว่า “อันที่จริงข้าลังเลว่าจะทำอย่างไรกับเขา ตามประวัติศาสตร์เดิมเป่ยฉีเริ่มเสื่อมถอยเพราะเขา เขาไร้คุณธรรมและกดขี่ประชาชนนำแคว้นไปสู่วาระสุดท้าย ในตอนที่ข้ามาที่นี่ข้าอยากจะลอบสังหารเขาหลายร้อยครั้ง แต่แล้วข้าก็คิดว่ามันผิดบ้านเมืองก็เหมือนดั่งมนุษย์ พอป่วยก็ต้องหาที่ต้นเหตุไม่ใช่รักษาที่ปลายเหตุ หากไม่แก้ปัญหาที่ต้นเหตุอย่างไรก็ต้องพัง ดังนั้นข้าจึงตัดสินใจเริ่มต้นที่เสวียนเฟยเพื่อดูว่าสามารถเดินไปในทางอื่นได้หรือไม่ อย่างไรก็ตามประวัติศาสตร์ที่ข้ารู้มายังไม่เกิดขึ้นพวกเขายังไม่เปลี่ยนไปเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ”
หยางชูพยักหน้า “ส้มที่ปลูกที่เมืองหวายหนานเรียกจวี๋จึ เมื่อโตที่เมืองหวายเป่ยจึงถูกเรียกว่าจื่อ[2] ท่านวางใจเถอะข้าจะจับตาดูเขาเองหากเขาแสร้งทำข้าจะลงมือทันที”
“เจ้าค่ะ” ทั้งสองมองหน้ากันและยิ้มจากนั้นจึงค่อยๆ เริ่มสำรวจเส้นทางลับใต้แสงเทียนสลัว อาจเป็นเพราะไม่มีผู้ใดมาที่นี่นานทางลับก็เต็มไปด้วยกลิ่นอันไม่พึงประสงค์
หมิงเวยเอาผ้าปิดจมูกแล้วพูดว่า “ท่านจำเส