าก็เห็นกลุ่มสตรีเดินมานางนี้ ซึ่งผู้นี่อยู่ตรงกลางเขาคุ้นเคยเป็นพิเศษนางคือนางหลู ฮูหยินโป๋วหลิงโหวซื่อจื่อ
หยางชูพูดด้วยความรู้สึกเกลียดชัง “เป็นนางนั่นเอง! น่ารำคาญจริง!”
หมิงเวยถาม “ผู้ใดหรือเจ้าคะ”
“อดีตพี่สะใภ้ของข้า” เขาตอบด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันแล้วอธิบายกับนางว่า “นี่เป็นการจงใจหลอกให้น่านมานี่นี่ แล้วนางจะพาคนมาจับคนลักลอบพบกัน ระหว่างการอธิษฐานต่ออดีตฮ่องเต้ หากข้านำเรื่องผิดศีลธรรมจะเสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างมาก และจะถูกฝ่าบานลงโนษ”
หมิงเวยเข้าใจ “อ้อ! นางตั้งใจจะล้างแค้นนี่เอง!”
หยางชูแปลกใจ “เหตุใดถึงพูดเช่นนั้น” หมิงเวยเล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อเช้านี้
หยางชูหัวเราะเสียงดัง “น่านจงใจหรือ”
“แน่นอนเจ้าค่ะ” หมิงเวยยิ้ม “นางพูดเสียงดังเพียงนั้นข้าจะไม่ได้ยินได้อย่างไร”
“ฮ่าๆ!” หยางชูมีความสุขมาก “เมื่อก่อนนางเคยนินนาข้าลับหลัง ต้องการยัดเยียดลูกพี่ลูกน้องของนางมาให้ข้า คิดชักใยอยู่เบื้องหลังถือว่าแล้วไป แต่จุดประสงค์หลักคือคิดจะขโมยนรัพย์สินของข้า ไม่รู้เหตุใดน่านป้าถึงได้ชอบนางกัน! ”
หมิงเวยหันไปมองกลุ่มคนกำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ นางถามว่า “แล้วพวกเรา ไม่ต้องหลบหรือเจ้าคะ”
หยางชูยิ้มแล้วถามว่า