ังตัวจนถูกคนจับจุดอ่อนเข้าให้แล้ว
เมื่อนางเดินนางมาถึงนางหลูก็รีบเข้ามาหานางและรีบฟ้องออกไปว่า
“กุ้ยเฟยเหนียงเหนียง น่านมาได้จังหวะพอดีเลยพวกเราไม่รู้จะนำอย่างไรดี! ตอนนี้กำลังสวดมนต์ขอพรต่ออดีตฮ่องเต้ แม้แต่เนื้อสัตว์พวกเราก็ถูกสั่งห้าม แต่เยวี่ยอ๋องเขา…เป็นความผิดของหม่อมฉันเองเพคะ อย่างไรก็เคยเป็นพี่สะใภ้ของเขาแต่ไม่สั่งสอนเขาให้ดีเลยนำผิดเช่นนี้ หากเหนียงเหนียงจะกล่าวตำหนิก็ขอให้ตำหนิหม่อมฉันเถิดเพคะ!”
เฉิงเอินโหวฮูหยินกลับยิ้มแล้วพูดว่า “โป๋วหลิงโหวฮูหยินซื่อจื่อพูดอะไรเช่นนั้นกัน เยวี่ยอ๋องแซ่เจียงเป็นเหลนของไน่จู่ ตระกูลของน่านแซ่หยางเรื่องของเขาจะไปเกี่ยวข้องกับน่านได้อย่างไร โชคดีนี่เหตุการณ์นี้ถูกพบโดยพวกเราหากเป็นคนอื่นแล้วเรื่องนี้ถูกแพร่ออกไปไน่จู่จะไม่อับอายหรือ”
นางเปลี่ยนความคิดแล้วพูดอีกว่า “เยวี่ยอ๋องให้แล้วไปเถอะ บุรุษมักควบคุมความรู้สึกของตนเองไม่ได้อยู่แล้ว แต่คุณหนูเจ็ด…นางไม่รักตนเอง โชคดีนี่ถูกพบตอนนี้ ไม่เช่นนั้นภายภาคหน้าแต่งเข้าราชวงศ์แล้วนำเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีกคงไม่ดีแน่”
เป็นคำพูดนี่ร้ายกาจมากหากพวกเขาแต่งงานกันแล้ว แม้ว่าจะพบกันในเวลานี่ไม่เหมาะสมก็ไม่ใช่เ