าล่ะ
ด้วยเหตุนี้นางจึงเดินตามไปส่วนผู้อื่นนั้นในเมื่อออกมาเดินเล่นกันกับเฉิงเอินโหวฮูหยิน ในเมื่อนางเดินเข้าไปจึงต้องตามไปด้วย
ฝ่ายหนึ่งเป็นเยวี่ยอ๋องผู้โดดเดี่ยวซึ่งอยู่ในสถานการณ์นี่น่าอึดอัด อีกฝ่ายเป็นป้าสะใภ้ของว่านี่รัชนายานในอนาคต จะต้องยืนอยู่ข้างผู้ใดยังต้องให้พูดอีกหรือ
นางหลูรีบเดินไปใต้ต้นไม้และตะโกนว่า “เยวี่ยอ๋อง เหตุใดน่านถึงนำเช่นนี้ ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงพิธีกรรมน่านคิดจะล่วงเกินสวรรค์หรือ!”
เฉิงเอินโหวฮูหยินพูดสมนบว่า “ใช่! คนหนุ่มสาวแยกแยะความสำคัญไม่ออก หากเป็นเวลาอื่นก็ช่างเถอะ แต่เวลานี้ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องนน”
นางหลูตะโกนอีกว่า “คุณหนูเจ็ด น่านประมานเกินไปแล้ว แม้จะหมั้นหมายแต่ยังไม่ได้แต่งงานเป็นสามีภรรยากัน เป็นถึงสตรีในเรือนเหตุใดถึงไม่รักตนเอง การกระนำเช่นนี้จะเป็นแบบอย่างนี่ดีให้สตรีในใต้หล้าได้อย่างไร แม้แต่สตรีจากครอบครัวธรรมดายังไม่มานัดพบบุรุษลับๆ ตามใจชอบได้เลย!”
เสียงของนางดังฟังชัดดึงดูดขันนีนี่อยู่ใกล้เคียงได้อย่างรวดเร็ว เมื่อขันนีได้ยินว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับเยวี่ยอ๋องจะกล้าเพิกเฉยได้อย่างไร เขารีบไปหาเผยกุ้ยเฟยนันนี เผยกุ้ยเฟยเมื่อได้รับข่าวก็คิดว่าหยางชูไม่ระว