“ที่ใดกัน” เมื่อเห็นว่าเขาดูสนใจอันอ๋องจึงพูดด้วยความตื่นเต้น “มาๆๆ ข้าจะแสดงคลังสมบัติของเปิ่นหวางให้เจ้าดู!”
ในที่สุดหยางชูก็สนใจเขาเดินคดเคี้ยวตามอีกฝ่ายไป ผ่านต้นไม้มากมายในตำหนักไท่หยวน ป่าที่นี่เขียวขจีจริงๆ ไม่น่าแปลกใจที่ราชวงศ์ก่อนจะสร้างเป็นตำหนักบรรทมของไทเฮาเป็นสถานที่ที่ดีในการพักฟื้น
อันอ๋องเดินไปพูดเสียงเจื้อยแจ้วไปว่า “ข้าไม่เหมือนเจ้าตอนเด็กไม่มีผู้ใดเล่นด้วย พี่ใหญ่พี่รองก็ไม่สนใจข้าเจ้าก็มักรังแกข้าก็มีแต่ขันทีน้อยที่เล่นเป็นเพื่อน แต่พวกเขาก็รู้สึกเบื่อจึงจงใจละเลยข้า ต่อมาข้าจึงต้องเล่นเองผู้เดียวในวังนี้จึงไม่มีที่ใดที่ข้าไม่รู้จัก ผู้อื่นคิดว่าตำหนักไท่หยวนนั้นน่ากลัว แต่จริงๆ แล้วน่าสนใจมาก มาๆๆ เจ้าดูที่นี่…”
ทั้งสองมาถึงต้นไม้ใหญ่ที่มีลักษณะคล้ายคนหลายคนกอดกันอันอ๋องปีนขึ้นไป หยางชูทนมองไม่ไหวอีกต่อไปจึงยกเขาขึ้นแล้วใช้วิชาตัวเบาไม่นานก็ขึ้นไปถึงบนลำต้น
“ก่อนหน้านี้บอกให้ท่านเรียนวรยุทธ์ท่านก็ไม่ฟัง!”
ทันทีที่เท้าของอันอ๋องแตะพื้นเขาก็ปีนขึ้นไปบนกิ่งไม้อย่างรวดเร็วแล้วพูดว่า “เจ้าก็พูดง่ายนะก่อนหน้านี้ข้าก็เคยบอกเจ้าแล้วว่าไม่มีผู้ใดหาอาจารย์ให้ข้าเลย! จากนั้น…”