เหนียงเหนียงเพียงนั้น เมื่อครู่พูดว่าคนที่ตายแล้วหมายถึงผู้ใดกัน”
ท่านยายหร่วนเข้าใจในทันทีว่าตนพูดอะไรผิดไปจึงคุกเข่าลงทันที “บ่าวผิดไปแล้วเจ้าค่ะ บ่าวไม่ได้พูดอะไรเลยฝ่าบาทไว้ชีวิตด้วย!”
ไท่จื่อมีสีหน้ามืดครึ้ม “ทำไม..เจ้ากลัวกุ้ยเฟยเหนียงเหนียง แต่ไม่กลัวข้างั้นหรือ”
เขาส่งสายตาองครักษ์จึงก้าวไปข้างหน้า ท่านยายหร่วนกลัวจนหน้าซีดนางพูดทันทีว่า “บ่าวผิดไปแล้วเจ้าค่ะ เมื่อครู่บ่าว บ่าว…”
“พูดมา! คนที่ตายไปแล้วคือผู้ใด!”
ท่านยายหร่วนตอบด้วยความตกใจ “เป็นกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงเจ้าค่ะ!”
ไท่จื่อพยักหน้า “ดี ข้าถามเจ้า เจ้าต้องตอบข้า ขอเพียงเจ้าพูดความจริงออกมา ข้าจะคิดเสียว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น”
“เจ้าค่ะๆ” ท่านยายหร่วนตอบรับเสียงรัว
“เหตุใดถึงบอกว่ากุ้ยเฟยเหนียงเหนียงเป็นคนที่ตายไปแล้ว”
ท่านยายหร่วนตอบเสียงสะดุด “เพราะ เพราะกุ้ยเฟยเหนียงเหนียงเหมือนคนในความทรงจำของบ่าวมาก”
“อ้อ ผู้ใด”
“เป็น…เป็น…”
“รีบพูดมา!” องครักษ์เข้าไปหาด้วยท่าทางดุร้าย
ท่านยายหร่วนโพล่งออกมาว่า “หย่งซีหวางเฟยเจ้าค่ะ!”
…………..