เมื่อเห็นอันอ๋องและหยางชูเดินโอบไหล่กันเข้ามา ไท่จื่อแค่นหัวเราะทำปากยื่นอย่างดูถูก “น้องสามช่างมีอนาคตสดใสจริงๆ! เข้ากับเขาได้เป็นอย่างดี”
เหวินยวนตอบว่า “อันอ๋องไม่พอพระทัยไท่จื่อ ทำตัวน้อยเนื้อต่ำใจต่อหน้าท่าน เลยต้องทำตัวสนิทสนมกับเขาหรือ”
ไท่จื่อหัวเราะกับคำพูดนี้ “ก็จริงคนป่าเหมือนกันย่อมเข้ากันได้ดี”
“พี่ใหญ่” ซิ่นอ๋องมาถึงเขาทักทายด้วยรอยยิ้ม
“น้องรองมาแล้ว!” ไท่จื่อตอบกลับด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร
ซิ่นอ๋องเข้ามาพูดนินทา “อากาศร้อนเช่นนี้ พี่ใหญ่เหงื่อออกเต็มเลยเหตุใดจึงไม่ใช้ร่มเล่า เดี๋ยวจะเป็นไข้แดดได้เรื่องกระทรวงการคลังยังจำเป็นต้องพึ่งพาพี่ใหญ่!”
ไท่จื่อส่งยิ้มจอมปลอมกลับไป “ดูน้องรองพูดสิ เรื่องกรมโยธาของน้องรองก็ทำได้ไม่เลวนะ!”
“ไม่หรอกๆ”
พี่น้องปรองดองกันทุกวันทั้งสองพูดคุยตลอดทางจนกระทั่งเข้ามาในตำหนักไท่หยวนและเข้าเฝ้าฮ่องเต้ อาการป่วยของฮ่องเต้ดีขึ้น แต่ก็ยังมีอาการเซื่องซึมอยู่
ในตอนที่ทั้งสองเข้ามาอันอ๋องและหยางชูยืนก้มหน้าอยู่ด้านหนึ่งราวกับว่าพวกเขาเพิ่งได้รับการฝึกฝน รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของพวกเขาแล้วถวายพระพรฮ่องเต้
ฮ่องเต้ยังคงมีท่าทีอ่อนโยน “พวกเจ้ามากันเร็วจัดการธุระกันเสร็จแล้ว