้ยเฟยพูดเสียงแผ่วเบา “หมอหลวงบอกว่าเสวยยาอีกสองวันอาการจะดีขึ้นเมื่อถึงตอนนั้นทุกอย่างก็จะดีเองเพคะ”
“ไม่ อาหรง” ฮ่องเต้เอนกายพิงหัวเตียงด้วยความรู้สึกไร้เรี่ยวแรง “เจิ้นรู้สึกว่าตนเองทำไม่ได้ยิ่งฝันถึงพี่ใหญ่ และผู้อื่นมากขึ้นเรื่อยๆ…”
“ฝ่าบาท!” เผยกุ้ยเฟยห้ามเขา “ทุกอย่างล้วนเป็นเพียงภาพลวงตาจากอาการป่วย รอพระองค์ทรงหายประชวรแล้วสมองก็จะปลอดโปร่งขึ้นหลายเท่า ให้หม่อมฉันอ่านหนังสือให้ฟังดีหรือไม่เพคะ เผื่อช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าได้”
ฮ่องเต้ไม่ต้องการขัดความประสงค์ของนางจึงตอบว่า “ได้”
กุ้ยเฟยสั่งให้นางในหยิบหนังสือที่ออกใหม่จากร้านหนังสือมาจากนั้นก็เลือกเรื่องที่ดีๆ แล้วเล่าให้เขาฟังช้าๆ ฮ่องเต้ฟังเสียงอ่อนโยนของเผยกุ้ยเฟยนึกถึงนามของเด็กหญิงในหนังสือ ความคิดก็ล่องลอยออกไป
หากเขาทนต่อไปไม่ไหวแล้วจะทำอย่างไร ไท่จื่อและซิ่นอ๋อง…หากตนไม่อยู่ กุ้ยเฟยคงลำบากพามาอยู่ข้างกายคงอุ่นใจกว่า…
แล้วยังเด็กคนนั้น…ทุกครั้งที่เห็นเขาก็มักจะนึกถึงปู่ และบิดาของอีกฝ่าย ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจแม้แต่ในความฝันหากปล่อยให้เขามีชีวิตอยู่…แล้วฮ่องเต้ก็ผลอยหลับไป
เผยกุ้ยเฟยปิดหนังสือเบาๆ จากนั้นลุกขึ้นเดินไปที่