“ข้าสงสัยว่าพวกเรามาจากสำนักเดียวกันเจ้าค่ะ”
หนิงซิวตกตะลึง เขาทวนประโยคนี้ในใจอยู่หลายรอบก่อนจะถามว่า “ข้าไม่เข้าใจ สำนักนี้มีผู้สืบทอดได้เพียงผู้เดียวเท่านั้น ข้าดูเคล็ดวิชาที่ท่านฝึกนั้นลึกซึ้งกว่าข้า เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ใช่ผู้สืบทอดโดยตรง”
“ข้าเป็นผู้สืบทอดเจ้าค่ะ” หมิงเวยพยักหน้า
หนิงซิวครุ่นคิดแล้วถามเสียงหวั่น “หรือว่าข้าไม่ใช่..”
ในแง่ของเคล็ดวิชาเขาด้อยกว่าหมิงเวยจริงๆ หากเลือกใครสักคนในหมู่พวกเขาก็ดูเหมือนจะเป็นตนที่ไม่ใช่…เป็นไปได้หรือไม่ว่าสองสามรุ่นก่อนหน้านี้ สายตรงที่แท้จริงเป็นอีกสายหนึ่ง อาจารย์ท่านใดไม่พอใจก็จะบอกว่าตนเป็นสายตรง
สมองหนิงซิวประมวลผลอย่างหนักหมิงเวยก็พูดขึ้นมาว่า “อาจารย์พูดอะไรน่ะเจ้าคะ!”
นางรู้สึกขบขันปกติหนิงซิวจะดูเป็นคนจริงจังและเย็นชาที่แท้ก็เชื่อมโยงความคิดได้เช่นนั้น
“ท่านเป็นสายตรง ข้าเองก็เป็นสายตรงเจ้าค่ะ” นางพูด “เพราะว่าข้าเป็นสายตรงที่สืบทอดต่อมาจากท่าน”
“…”
หนิงซิวรู้สึกว่าสมองของตนมีไม่เพียงพอ อะไรคือสืบทอดต่อมาจากเขา ตอนนี้เขายังไม่ได้รับลูกศิษย์แล้วจะส่งต่อให้ศิษย์คนใดได้ อีกอย่างวิธีการของหมิงเวยเขามองแล้วยังรู้สึกเหลือเชื่อแล้วจะสืบ