เมื่อเขากระโดดขึ้นไปบนหลังคา ผู้คนบนถนนก็หายไป ในโลกที่ไร้ช่องว่างให้โจมตีก็มีช่องโหว่เล็กน้อยเช่นกัน
หมิงเวยเหลือบมองก็รู้ว่าควรออกทางไหน แต่นางไม่ขยับเพราะนางอยากรู้จักบุรุษชุดครามผู้นี้ บุรุษชุดครามดูจากหน้าตาแล้วน่าจะมีอายุประมาณยี่สิบต้นๆ ดูไม่คุ้นเคย แต่ก็รูปงามมาก
จมูกตั้งตรง หางตาเชิดขึ้นเล็กน้อย มุมปากกระตุกยิ้ม มีกลิ่นอายราวกับคุณชายจากตระกูลขุนนาง หากในมือถือพัดสักเล่มหนึ่งคงเหมือนมากขึ้น
หมิงเวยพยักหน้าแม้จะคุ้นเคยกับบุรุษรูปงาม รูปลักษณ์ของเขาก็นับว่าดูดี อยู่ในระดับเดียวกับเสวียนเฟยได้ อาจเป็นเพราะรูปงามมากพอนางจึงจดจำใบหน้าของเขาได้ง่ายขึ้น และมั่นใจว่าตนไม่เคยพบเขามาก่อน
“ท่านเป็นผู้ใด”
คนผู้นั้นยิ้มแล้วตอบว่า “ปรมาจารย์แห่งชีวิต”
รอยยิ้มบนใบหน้าหมิงเวยชะงักค้างนางถามเสียงเข้ม “ท่านพูดอะไร”
“ข้าบอกว่าข้าเป็นปรมาจารย์แห่งชีวิตคนปัจจุบัน”
หมิงเวยไล่สายตาจากหัวจรดเท้าอีกฝ่ายแล้วพูดเสียงเย็นชา “ผู้สืบทอดปรมาจารย์แห่งชีวิตต้องมีป้ายคุ้มกันเป็นหลักฐาน ท่านมีหรือไม่”
คนผู้นั้นยิ้ม “ป้ายคุ้มกันมีปัญหานิดหน่อย แต่จะได้กลับมาในอีกไม่ช้า”
“…ท่านเป็นผู้ใดกันแน่” หมิงเวย