ข้าน่าอัศจรรย์แค่ไหนไม่มีอะไรต้องพูดเพราะข้าเป็นคนบนโลกใบนี้ มีดวงชะตาเป็นของตนเอง แต่ท่านเป็นวิญญาณเร่ร่อนที่ล่องลอยอยู่ในห้วงเวลา บุคคลไร้ชีวิตที่ไม่ควรอยู่บนโลกใบนี้ ดูไม่เหมาะสมที่จะเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ บนโลก”
จู่ๆ หมิงเวยก็อยากจะหัวเราะออกมา “ดังนั้นท่านจึงมาเพื่อจัดการกับข้างั้นหรือ”
บุรุษชุดครามพยักหน้า “ในฐานะปรมาจารย์แห่งชีวิตควรปกป้องโชคชะตาของโลกใบนี้”
หมิงเวยหัวเราะเสียงดังจริงๆ คำพูดนี้เป็นคำพูดที่นางใช้มาตลอด แต่ตอนนี้ มีคนอื่นจะใช้ฐานะปรมาจารย์แห่งชีวิตจัดการนาง
“ท่านหัวเราะอะไร หรือข้าพูดอะไรผิดไป ไม่ว่าท่านจะเป็นผู้ใดมาจากไหน แต่สำหรับโลกใบนี้ท่านเป็นคนไร้ชีวิตที่ไม่ควรมีตัวตน”
หมิงเวยหุบยิ้มแล้วพูดเสียงเรียบ “ข้าหัวเราะที่มีผู้ใดที่ไหนไม่รู้ แม้จะไม่รู้ว่าท่านไปเอาคำว่าปรมาจารย์แห่งชีวิตมาจากที่ใด แต่บนโลกนี้มีปรมาจารย์แห่งชีวิตได้เพียงผู้เดียวเท่านั้น”
บุรุษชุดครามกำด้ามร่มและจ้องมาที่นาง “เพราะฉะนั้น ท่านจะจัดการกับข้าหรือ”
สายตาของหมิงเวยเย็นชา “แม้ข้าจะเป็นคนไร้ชีวิต แต่ที่มาของข้าสามารถสืบหาได้ แต่ท่านต่างหากที่เป็นตัวประหลาดที่แท้จริง!”
ที่มาของ