งแต่สงสารจึงแสร้งทำเป็นไม่รู้ น้องหญิงมีความผิดลูกไม่สามารถปัดความรับผิดชอบได้ ความรู้เห็นเป็นใจของลูกทำให้นางทำผิดพลาดมากขึ้นลูกทราบดีว่าผิดจึงขอเสด็จพ่อลงโทษลูกด้วยเถิด”
ฮ่องเต้มองเขาอย่างเงียบๆ โดยไม่พูดอะไร
เหตุใดถึงยอมรับความผิดเร็วเช่นนี้น่ะหรือ ถ้าเขาดื้อจนถึงที่สุดจนหลักฐานถูกแสดงออกมาทีละอย่างบิดาจะโกรธยิ่งกว่าเดิม ตอนนี้เขาชิงยอมรับผิดก่อนจะได้ไม่ตกที่นั่งลำบาก
ถือว่าฉลาด
ซิ่นอ๋องเปลี่ยนความคิดเขาพูดว่า “เสด็จพ่อ พี่ใหญ่รู้สึกเสียใจกับลูกพี่ลูกน้องหญิงของเขาจึงทำผิดพลาดไปชั่วขณะ ทุกอย่างที่เขาทำเป็นเพราะความห่วงใยต่อครอบครัวซึ่งพอให้อภัยได้หวังว่าเสด็จพ่อจะผ่อนปรนโทษให้”
“ครอบครัวงั้นหรือ” ฮ่องเต้พูดคำนี้ด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย “เจ้าเป็นไท่จื่อ เป็นรัชทายาทของแผ่นดินไม่ใช่ผู้ใดก็ได้ที่เป็นครอบครัวของเจ้า”
ไท่จื่อก้มหน้าลง “ที่เสด็จพ่อกล่าวมาถูกแล้ว ลูก…แยกแยะเรื่องส่วนตัวไม่ได้เองพ่ะย่ะค่ะ”
เขาขอโทษไปก่นด่าในใจไปเขาไม่ได้พูดถึงครอบครัวสักหน่อย แต่ซิ่นอ๋องดูเหมือนจะอ้อนวอนแทนเขา แต่จริงๆ แล้วยั่วยุต่างหาก
แต่ตอนนี้เขาโมโหไม่ได้อาจารย์ฟู่เคยพูดอยู่หลายครั้งว่าต้องข่มอารมณ์ไว้ ฮ่องเต้จะไม่ชอบใจหา