ต “พวกเจ้าจำคนที่จับได้ป้ายอันดับหนึ่งจากกล่องของตนเองได้หรือไม่”
เหล่านักพรตน้อยตอบ “จำได้ขอรับ”
“เช่นนั้นก็ชี้ตัวซะ”
“ขอรับ” คุณหนูแต่ละคนถูกชี้ตัวระบุ และในที่สุดก็เหลือเพียงคนเดียวที่ว่างเปล่าตรงหน้า
เหวินอิ๋ง…
เสวียนเฟยถามอีกครั้ง “ไม่มีผู้ใดจำคุณหนูผู้นี้ได้เลยหรือ”
ในบรรดานักพรตน้อยผู้ที่ดูโตสุดพูดขึ้นว่า “ท่านราชครู พวกเรามีกันแค่ 12 คน และตอนนี้ทุกคนระบุเรียบร้อยแล้วขอรับ”
เสวียนเฟยพยักหน้าแล้วหันไปทำความเคารพทางฉากกั้น “ฝ่าบาท ได้ข้อสรุปแล้วพ่ะย่ะค่ะเชิญฝ่าบาทพิพากษาได้เลย”
ฮ่องเต้มองเหวินอิ๋งที่ตัวสั่นแล้วถาม “คุณหนูเหวิน ท่านมีอะไรจะพูดหรือไม่”
เหวินอิ๋งตกใจจนนิ่งกลายเป็นหินเสียแล้ว นางไม่ค่อยฉลาดเพราะถูกตามใจจนนิสัยเสียจึงไม่เข้าใจเรื่องเล็กน้อยต่างๆ ไม่คิดว่าจะสามารถแยกแยะคำโกหกของตนได้อย่างง่ายดายเช่นนี้ ตอนนี้จึงยิ่งสับสนคิดหาข้อแก้ตัวไม่ได้เลย
ไท่จื่อสูดหายใจเข้าลึกๆ เขาก้าวไปข้างหน้าแล้วคุกเข่าลงต่อหน้าฮ่องเต้ “เสด็จพ่อ ลูกผิดเองพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้เลื่อนสายตามองมาที่เขา “เจ้าทำผิดอะไร”
ไท่จื่อก้มศีรษะลงและพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงใจ “น้องหญิงหลงรักอาเหยี่ยน ลูกทราบนานแล้ว เพีย