ตระกูลจี้เดินทางเข้ามาในเสวียนตูกวันซึ่งมีนักพรตตัวน้อยรออยู่ที่นั่นแล้ว เมื่อเห็นพวกเขาเข้ามาก็พาพวกเขาไปรอในเซียงฝาง
ฟางจิ่นผิงรู้สึกประหลาดใจ “บ้านเจ้าได้ห้องใกล้ถึงเพียงนี้ได้อย่างไร ตระกูลข้าส่งคนมาถาม แต่พวกเขาบอกว่าไม่มีเรือนใกล้เคียงแล้วได้แต่มองจากที่ไกลๆ”
หมิงเวยยิ้ม “ตระกูลของเรามีคนที่นี่ไงล่ะ!”
“อ้อ!” ฟางจิ่นผิงนึกได้ในทันที “พี่ชายคนนั้น…”
พูดถึงเรื่องนี้นางก็สงสัยอีกครั้ง “ตกลงเกิดอะไรขึ้นกับพี่ชายของเจ้า ฝักใฝ่ในลัทธิถึง…”
“ใช่!” หมิงเวยถอนหายใจอย่างคนไร้ทางเลือก “พี่ชายของข้าเจ้าก็เคยเห็นแล้ว เขาเป็นเช่นนี้มาตั้งแต่เด็ก และต่อมาเขาเข้าไปในเสวียนตูกวันก็ยิ่งเสพติดเคล็ดวิชา แม้แต่บ้านก็ไม่กลับด้วยซ้ำท่านลุงบอกว่าจะให้ข้ารอต่อไปไม่ได้จึงถอนหมั้น”
“เจ้ารู้อยู่ก่อนแล้วหรือ” ฟางจิ่นผิงกระซิบถาม “ไม่เช่นนั้นเจ้าคงไปซีเป่ยไม่ได้ทั้งที่ยังมีสัญญาหมั้นอยู่… เจ้ากล้ามากจริงๆ โชคดีที่ลุงของเจ้าเป็นคนซื่อสัตย์จริงใจ คนผู้นั้นก็รักษาสัญญา หากมีคนหนึ่งไม่ดีตอนนี้คงจบสิ้นแล้ว หลังจากนี้เจ้าไม่สามารถประมาทได้อีกแล้วมีเรื่องสกปรกมากมายอยู่หลังจวนอ๋อง!”
หมิงเวยรู้ว่านางหวังดีแม้ว่าจะเป็นเรื่องยา